ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “กรุงเทพมหานคร” เผยแพร่ข้อมูลค่าฝุ่น PM2.5 ในเช้าวันนี้ว่า ผลการตรวจวัดตั้งแต่เวลาเวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. ตรวจวัดได้ 34-56 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 46.2 มคก./ลบ.ม.
ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศฯ ได้ตรวจวัดค่าฝุ่นเมื่อช่วงเวลา 07.00 น. ว่าตรวจวัดได้ 34-56 มคก./ลบ.ม. มีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 19 พื้นที่ ได้แก่
1.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม.
2.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม.
3.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
4.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซอยลาดพร้าว 95 มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
5.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
6.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
7.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
8.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
9.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
10.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
11.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
12.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
13. เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
14.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
15.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
16.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ถนนเซนต์หลุยส์ มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
17.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
18.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. และ
19. เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
ซึ่ง PM2.5 ค่ามาตรฐาน เฉลี่ย 24 ชม. ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. โดย PM2.5 ค่ามาตรฐาน เฉลี่ย 24 ชม. ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.
ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 5-11 ม.ค. 66 อากาศไม่ยกตัว (มีเสถียรภาพ) ประกอบกับเกิดภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้นอย่างต่อเนื่อง และอัตราการระบายอ่อน/ไม่ดีในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้การสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 ค่อนข้างทรงตัว
ในช่วงระหว่างช่วง 9-16 ม.ค.66 มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุม จะเริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้อากาศอุ่นขึ้น มีหมอกในตอนเช้า และมีฝนเล็กน้อย และวันนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกบางในตอนเช้า ซึ่งวันที่ 10 ม.ค.66 พื้นที่ กทม.และปริมณฑลควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่ง และปิด
โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และใต้ แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 11-15 ม.ค. 66 จะมีแนวโน้มสถานการณ์ที่ดีในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากอากาศที่เปิดมากขึ้นประกอบกับลมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรงเข้าช่วย และจากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA ในวันนี้ ไม่พบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกในบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ การทำกิจกรรมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ/มีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรลดระยะเวลา หรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง พบเห็นแหล่งกำเนิดมลพิษสามารถแจ้งเบาะแสผ่านทาง Traffy Fondue.



