สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ ( เอฟเอเอ ) เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับการออกคำสั่งระงับบริการเที่ยวบินพาณิชย์ขาออกทั่วประเทศ เป็นเวลา 90 นาที เมื่อวันพุธว่า เป็นผลจากความขัดของระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยต่อนักบินและบุคลากรการเดินอากาศ หรือ “โนแทม” ( Notes to Air Missions- NOTAM )


อนึ่ง นับเป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลาประมาณ 2 ทศวรรษ ที่เอฟเอฟเอใช้คำสั่งดังกล่าว นับตั้งแต่เหตุวินาศกรรม 9/11 เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2544 ซึ่งเอฟเอเอระงับบริการเที่ยวบินพาณิชย์ทั่วสหรัฐเป็นเวลานานหลายชั่วโมง หลังสลัดอากาศของกลุ่มอัล-กออิดะห์ ก่อเหตุจี้เครื่องบินโดยสารพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ อาคารเพนตากอนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และพยายามพุ่งชนอาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน


ขณะที่ ข้อมูลจากเว็บไซต์ FlightAware.com ระบุว่า เที่ยวบินขาออกเกือบ 9,600 เที่ยวต้องให้บริการล่าช้ากว่ากำหนด และอีก 1,300 เที่ยวต้องยกเลิก โดยสายการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ยูำนเต็ด แอร์ไลน์ส เดลตา แอร์ไลน์ส อเมริกัน แอร์ไลน์ส และเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า


ด้าน ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวของ นายพีท บุตติเจจ รมว.คมนาคม ซึ่งกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่ ระบบสำรองข้อมูล จนถึงตอนนี้ เอฟเอเอยืนยัน ยังไม่พบร่อยรอยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่มแฮกเกอร์ และทีมผู้เชี่ยวชาญซ่อมแซมระบบจนสามารถกลับมาให้บริการได้แล้วบางส่วน.

เครดิตภาพ : REUTERS