สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า รมว.การต่างประเทศและกลาโหมของสหรัฐ พบหารือกันที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธ โดย นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศเห็นพ้องกันว่า จีนถือเป็น “ความท้าทายทางยุทธศาสตร์ร่วมครั้งใหญ่ที่สุด” ด้วยเหตุนี้ การยกระดับและขยายขอบเขตความร่วมมือในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง


ขณะที่ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ ยืนยันแผนการของรัฐบาลวอชิงตัน ในการจัดตั้งกองกำลังนาวิกโยธินประจำการบนเกาะโอกินาวา เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถด้านความสามารถด้านการป้องกันและการตอบโต้ต่อภัยคุกคามตามแนวชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศยังเห็นชอบร่วมกันในหลักการ ให้ขยายขอบเขตของสนธิสัญญาด้านกลาโหมระดับทวิภาคี ให้ครอบคลุม “กิจการในอวกาศ” ด้วย


อนึ่ง เกาะโอกินาวา เป็นหนึ่งในสมรภูมินองเลือดที่สุดสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยอยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐเป็นเวลานาน 27 ปี และมีการส่งมอบเกาะกลับคืนแก่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2515 อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างทหารอเมริกันประมาณ 50,000 นาย ที่ฐานทัพบนเกาะโอกินาวา กับประชาชนในพื้นที่ เป็นไปอย่างตึงเครียดมาตลอด

จนถึงปัจจุบัน ชาวโอกินาวา มองว่า ฐานทัพสหรัฐ “คือการใช้สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” และทำให้จังหวัดโอกินาวามีภาพลักษณ์ไม่ต่างจากการเป็น “อาณานิคมทางทหารของอเมริกา”


ด้าน รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยัน เดินหน้าแผนการเพิ่มสัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณกลาโหม ให้ถึง 2% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ภายในปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ที่เป็นพันธมิตรกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS