สร้างความฮาผ่านหน้าจอโทรทัศน์มานาน หากเอ่ยชื่อ เหลือเฟือ มกจ๊ก น้อยคนที่จะไม่รู้จักดาวตลกที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของไทย แต่กว่าที่จะก้าวไปถึงดวงดาวแห่งความสำเร็จ ที่ผู้คนจำนวนมากต่างก็พยายามไขว่คว้า ทว่ามีเพียงไม่กี่คน ที่จะก้าวไปถึงจุดนั้น แต่กว่าที่จะไปถึงจุดนั้นได้ เส้นทางชีวิตของ “เหลือเฟือ” ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด ตรงข้ามเขาต้องสู้ชีวิตมาสารพัดกว่าจะมีวันนี้ มีทั้งเรื่องราวร้ายดีผ่านเข้ามาอย่างโชกโชน เส้นทางของเขาต้องต่อสู้กับสิ่งใดบ้าง รวมถึงลูกๆ ทั้งสามคนที่ เหลือเฟือ เฝ้าฟูมฟักเพราะลูกคือความสุขในทุกลมหายใจ ล่าสุดเขามาพูดคุยในรายการ Club Friday Show แบบจัดเต็ม

เหลือเฟื่อ เผยว่า “รักครั้งแรก เพื่อนผู้หญิงที่เขาจบ ป.6 เขาไม่ได้เรียนต่อ เขามาทำงานในกรุงเทพฯ รู้สึกว่าเป็นช่วงปีใหม่ เขากลับบ้านแล้วเขาพาเพื่อนเขาไปด้วย ผมเห็นแล้วผมปิ๊งเลย 7 วันเขากลับกรุงเทพฯ แล้ว นั่นแหละคือเหตุผลตั้งแต่วันนั้น ใครมาชวนเราไป กรุงเทพฯ เราไปเลยทีนี้ เราอยากจะไปหาเขา นี่คือเหตุผลหนึ่งด้วย แต่เราก็ไม่เคยเสิร์ชเฟซบุ๊กเขาเลย แต่เราก็รู้ชื่อนามสกุลเขานะครับ ชื่อ อรสา มันหยุดไปเลย มันไม่มีความรักให้ใครจนมาเปิด เราเริ่มมาเปิดให้แม่ของลูกคนที่สามก็คือ แม่มิกซ์ ความรักอีกครั้ง อันนี้เป็นแม่ของลูกเลยครับ ผู้หญิงคนนี้เห็นตัวตนผมตั้งแต่ผมยังไม่ประสบความสำเร็จ จนผมมาประสบความสำเร็จที่เลิกรากันกับแฟน มันไม่มีเวลาให้กันเลย แต่ ณ วันนั้น ผมก็ไม่รู้ตัวเลยว่าครอบครัวกำลังมีปัญหา เพราะคิดว่าครอบครัวผมอบอุ่นอยู่ ครอบครัวผมได้ไปเที่ยวห้างนะ ลูก เมีย ผมอยากกินอะไรได้กินนะ เพียงแต่ไม่มีผมเท่านั้น ผมว่าผมละเลยด้วยครับ”

“สุดท้ายรักพัง มีเรื่องหึงหวงบ้างครับ เขาก็ว่าเรา เห็นเต็มตาแบบนี้ไม่เอาแล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์ชนรถผู้หญิงขอเลิก แต่สุดท้ายเราก็บอกว่า เราขอลูกในเมื่อผมทำเอามาแล้วลูกคือลูกเรามันคือ เลือดเราต่อให้แลกด้วยลูกตาผมก็ยอม ผมจะต้องเป็นคนดูแลไม่ให้ลูกรู้สึกขาด ถามว่าผมทำหน้าที่สามีดีไหม นั่นคือสิ่งที่คาดใจผม 3 ปี ที่ผมไม่มีอะไรกับเขาเลย เขาเลยขอหย่าตอนนั้นคือ ลูกเราจะไปอย่างไร มันร้ายแรงขนาดนั้นเหรอ เขาก็บอกว่าไม่ต้องพูดขอหย่า เขาพูดไปก็ร้องไห้ไป เราก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ก็แสดงว่าเราทำกับเขาไว้หนัก ตอนนี้ชื่อของเขายังอยู่ในทะเบียนบ้านผมอยู่เลย แต่ไม่เคยเจอเขาอีกเลย ผมอยากหาเขานะครับ อยากเจอเขา ผ่านไปหลายปี ผมก็อยากจะเซอร์ไพร้ส์วันเกิดลูก ก็เลยอยากไปตามหาเขาไปที่สำนักงานเขต เขาก็บอกว่า (จะร้องไห้) เขาเสียแล้ว คือ ณ ทุกวันนี้ก็ยังจำได้เสมอว่า วันที่เราคุยกัน วันที่เราจีบกัน วันที่เราเลิกกันคืออย่างไร เราก็ต้องเป็นทั้งพ่อบ้านและแม่บ้าน ผู้ชายเลี้ยงลูกบางทีแอบแทบจะขอโทษลูกนะ เราไม่มีเวลาที่จะหวีผมให้ลูกไปโรงเรียน เราแต่งตัวไม่สวยเหมือนคนอื่นให้ลูกไม่เป็น”

“ถ้าวันแม่ให้ลูกลาโรงเรียนแล้วก็พาลูกไปเที่ยว แต่ไม่ใช่ตามที่เขาจัดงานวันแม่นะครับ เพราะเราไม่อยากให้เขาไปเห็นภาพ คือ บางคนไม่เข้าใจหรอก ผมเคยให้ไปแล้ววันแม่ เราก็แอบดูแล้ว คิดอยากจะใส่กระโปรงขึ้นไปแบบที่เราเคยใส่เล่นตลก แต่ลูกก็จะไม่กล้ากราบเรื่องข่าวเป็นเอดส์ ตอนนั้นตอนตรอมใจ ก่อนขึ้นศาลแย่งลูกกัน ผมก็เครียดน็อกเลยผอม เขาก็พาดหัวข่าวตกอับเป็นโรคเอดส์ อะไรสักอย่าง ผมก็ตาย แล้วทรงเราก็เหมือนด้วย ผอม ก็เลยไปหาหมอเลย ขึ้นหาหมอ 4 ชั่วโมง หมอเรียกชื่อขึ้นไป ผมขึ้นไปถามหมอ คำแรกผมเป็น โรคเอดส์ ไหมครับ พอหมอบอกว่าไม่เป็น ผมกระโดดดีใคเลย จนหมอถามว่า ทำไมคุณคิดว่าคุณเป็น เราก็บอกเพราะว่าข่าวลงครับ”