เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงเด็กที่น่าจับตามอง สำหรับ “น้องโกฮัง” หรือ ด.ช.ณัฐวรรธ สุ่มพลอย หนูน้อยวัย 13 ปี ที่เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงสตั๊นท์เด็ก เรียนรู้สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่ 9 ขวบ ก่อนก้าวสู่การเป็นนักแสดงนำเต็มตัว โดยรับบทบาทครั้งสำคัญในชีวิต กับการสวมบท “ไอ้ไข่” ในภาพยนตร์แฟนตาซี “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” อำนวยการสร้างโดย ดร.ประพล มิลินทจินดา ผลิตโดย ไอยารา แอนนิเมชั่น แอนด์ สตูดิโอ ที่เตรียมเข้าฉายวันที่ 19 ม.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์ เพื่อเป็นการร่วมฉลอง “วันเด็กแห่งชาติ” นี้ “บันเทิงเดลินิวส์” เลยไม่พลาดไปพูดคุยกับเจ้าหนูมากความสามารถคนนี้ ทั้งเส้นทางที่ต้องฝ่าฝันผู้สมัครกว่า 2000 ชีวิต ในการสวมบท “ไอ้ไข่” รวมทั้งมุมมองชีวิตในวงการบันเทิง และ “วันเด็ก” ในความทรงจำด้วย

Q : ถามถึงความรู้สึกที่ได้มาแสดงเรื่อง “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์”?
น้องโกฮัง : รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะว่าเป็นเรื่องแรกที่ผมได้เป็นนักแสดงนำและเล่นตลอดทั้งเรื่อง และผมเป็นแค่เด็กธรรมดาที่จะได้เล่นเป็นเด็กกุมารเทพ ซึ่งตอนแรกผมไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ ‘ไอ้ไข่’ เลยครับ เพิ่งมารู้ตอนหลัง ๆ ว่า ไอ้ไข่เป็นอย่างโน้น เป็นอย่างนี้ เป็นเหมือนกุมารเทพ ก็เพิ่งมารู้จักเอาตอนที่แคสต์นี่แหละครับ

Q : เล่าถึงตอนที่มาแคสติ้งจนได้บท “ไอ้ไข่” ให้ฟังหน่อย?
น้องโกฮัง : คุณพ่อเลื่อนเฟซบุ๊กดู แล้วก็เห็นเขาประกาศตามหานักแสดง ‘ไอ้ไข่’ ซึ่งพ่อก็ลองพาผมไป เลยได้ไปแคสต์ ตอนที่มาแคสติ้งก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ครับ เพราะมีนักแสดงเด็กมาร่วมแคสต์ประมาณ 2000 กว่าคน รอบแรกผ่านรอบที่คัดจากรูป เพื่อดูภาพลักษณ์ภายนอก ติดรอบ 1,000 คน พอรอบที่ 2 เขามีแคสต์จากความสามารถพิเศษ 2 รอบ เป็นรอบ กทม.และปริมณฑล จาก 1,000 คน เหลือ 40 คน โซนภาคใต้ มีคนมาสมัคร 200 คน คัดเหลือ 40 คน ผมติด 1 ใน 40 ของ กทม. ครับ จากนั้นรอบสุดท้ายเด็ก ๆ ที่แคสต์ผ่านในรอบ กทม. เดินทางไปสมทบแคสต์กับโซนภาคใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช ทั้งหมด 80 คน ทางผู้กำกับ พี่เอก (ธีรธร เชาวนโยธิน) ก็ให้เด็กทุกคนจับคู่เล่นแอ๊คติ้งรอบไฟนอล ให้เวลาอ่านบท 1 วันก่อน แล้ววันรุ่งขึ้นมาก็แคสต์กัน ตอนนั้นพี่เอกว่าจะมีเด็ก 16 คน ในจำนวน 80 คน จะได้เล่นหนังเรื่องนี้แน่ ๆ พ่อของผมก็เลยบนไอ้ไข่ไปว่า ถ้าผมติด 1 ใน 16 คน จะถวายประทัด 10,000 นัด ไม่ได้หวังว่าจะได้เป็นไอ้ไข่เลยครับ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการทุกคนพร้อมใจกันเลือกผม เหนือความคาดหมายมาก พ่อของผมดีใจมาก แก้บนกันวันนั้นเลย แล้วพี่เอกก็มาเล่าให้ฟังว่า ไอ้ไข่เลือกผม วันที่แคสต์เขาขอไอ้ไข่ว่า ถ้าคนไหนที่ไอ้ไข่อยากให้เล่นบทนี้ ก็ขอให้คณะกรรมการทุกคนพร้อมใจกันเลือกนะ ซึ่งผมเป็นคนเดียวที่คณะกรรมการทุกคนเลือก ดีใจมากที่ได้มารับบทนี้ และมีหลายคนบอกว่า ผมหน้าเหมือนพี่ไข่มาก ผมก็ไม่แน่ใจว่าเหมือนมั้ย คงต้องให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน ซึ่งพอคนบอกว่าผมหน้าเหมือนพี่ไข่ ก็ขนลุกและตื่นเต้นมาก ขนาดพ่อของผมยังน้ำตาไหลเลยครับ


Q : คาแรกเตอร์ที่ได้รับเป็นยังไง?
น้องโกฮัง : สำหรับคาแรกเตอร์ ‘ไอ้ไข่’ ก็เป็นเด็กร่าเริง สนุกสนาน ซุกซน ซึ่งก็เหมือนผม แต่ที่แตกต่างกันก็คือไอ้ไข่จะโกรธง่าย เวลาที่ใครมายุ่งกับสมบัติของวัดเจดีย์ ในขณะที่ตัวผมเองไม่ค่อยโกรธใครครับ นอกจากนี้ยังรักสัจจะมาก จะไม่ชอบคนที่ไม่มีสัจจะ ส่วนสิ่งที่ต้องทำการบ้านเป็นพิเศษเลย คือต้องอ่านบท เพราะว่าบทนี้หนามาก หนากว่าหนังสือเรียนของผมเองอีกครับ (หัวเราะ) รวมถึงได้ไปดูหนัง แอนิเมชั่น การปล่อยพลัง การเล่นสีหน้าต่าง ๆ ครับ ซึ่งในเรื่องจะมีการต้องสู้กับเสือป่า เกี่ยวกับหมอผี การปล่อยพลังกันกระสุน
Q : สิ่งที่ต้องโฟกัสเป็นพิเศษ ในการแสดงเรื่องนี้คืออะไร?
น้องโกฮัง : มีเรื่องการพูดครับ เพราะว่าผมเป็นคนที่พูดไม่ค่อยชัดและพูดไม่ค่อยเต็มเสียง ก็ต้องปรับแก้เรื่องนี้ ส่วนเรื่องแสดงก็มีบ้างที่ต้องปรับ เพราะพี่ผู้กำกับก็เรียกผมกับคนอื่น ๆ ไปฟิตติ้ง ไปลองต่อบทกัน


Q : พอต้องมารับบทบาทที่คนเคารพศรัทธา มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษมั้ย?
น้องโกฮัง : ต้องพยายามเล่นให้ดีที่สุดครับ เพราะพี่ไข่เป็นคนที่มีคนนับถือเยอะมาก ถ้าเล่นไม่ดีก็เดี๋ยวเขาจะมาโกรธผมครับ (ยิ้ม) ส่วนความคาดหวังของผมไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้ทุกคนสนุกกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ฝากพี่ ๆ น้อง ๆ ไปชมกันนะครับ หนังเรื่องนี้ครบรส เล่าถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน สอนให้รู้จักหน้าที่ของตัวเอง ที่สำคัญมีฉากแอ๊คชั่น แฟนตาซี ครบรสมากเลย นอกจากนี้ยังมีข้อคิดเรื่องสัจจะ ไม่โกหกใครครับ

Q : เล่าบรรยากาศการถ่ายทำให้ฟังหน่อย?
น้องโกฮัง : มีไปถ่ายที่ จ.กาญจนบุรี ครับ และอีกหลายที่เลย แต่ที่กาญจน์ จะเป็นการถ่ายทำพวกป่า ซึ่งตอนเช้าร้อนมาก ส่วนกลางคืนจะหนาวมาก มีทั้งเริ่มถ่ายตั้งแต่เช้าถึงกลางคืน และเริ่มถ่ายตอนกลางคืนถึงเช้า ก็ยากมากครับ ซึ่งอุปสรรคในการถ่ายทำของผม คือเรื่องวิกครับ เพราะว่ามันหนาและมีการใช้เข็มกลัดยึดที่ผม มันเลยดึงหนังหัว ทำให้ผมรู้สึกง่วง ไม่สบายหัว เลยทำให้ผมชอบหลับคากองถ่ายเลยครับ (ยิ้ม) มีฉากหนึ่งที่ผมหลับคาหน้าเซต แล้วผู้ช่วยผู้กำกับตะโกนเรียกชื่อผมดังลั่นป่า ผมก็ยังไม่ตื่น จนเขาต้องสะกิดถึงจะตื่น ซึ่งพอได้มาทำงานกับกองถ่ายเรื่องนี้ สิ่งได้เรียนรู้ ก็คือการได้ฝึกซ้อมเรื่องการพูด และแอ๊คติ้งต่าง ๆ ว่า เราต้องคิดว่าต้องพูดต้องทำยังไง
Q : ฉากที่ยากที่สุด คือฉากไหน?
น้องโกฮัง : ฉากที่ยากที่สุดคือโกรธครับ ผมต้องทำหน้าโมโห จะแสดงเยอะไปก็ไม่สมจริง ต้องเล่นเป็นให้พอดี และมีซีนที่ผมต้องตกน้ำ เพราะมีการใช้ฝนเทียม ใช้แสงเทียม เสียงต่าง ๆ มีเสียงรบกวนเยอะมาก ๆ และผมเป็นนักแสดงคนเดียวที่ต้องถอดเสื้อเล่นทั้งเรื่อง เลยทำให้หนาว และไม่ค่อยได้ยินเวลาผู้กำกับสั่ง ส่วนฉากที่ยากอีกอันก็คือ ฉากที่ต้องเล่นกับซีจี เพราะในเรื่องผมต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ด้วย ช่วงแรก ๆ ยาก ตาและบล็อกกิ้งไม่สัมพันธ์กัน ผมก็จะหาหนังแนวแฟนตาซีมาดูเยอะ ๆ เพื่อศึกษาการแสดงเรียนรู้ลักษณะท่าทาง ก็ช่วยให้ผมเล่นได้ง่ายขึ้น แต่ที่เข้าทางผมเลยคือ ฉากบู๊แอ๊คชั่นเพราะผมเรียนสตั๊นท์มาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ตอนที่ถ่ายหนังอายุประมาณ 11 ขวบ มีขึ้นสลิงและเล่นคิวบู๊ด้วย ไม่มีปัญหาเลย ดีใจที่ได้ปล่อยของ ได้ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาครับ


Q : แล้วเข้ามาเป็นสตั๊นท์เด็ก ได้ยังไง?
น้องโกฮัง : จริง ๆ ผมเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องการต่อสู้ ตอนแรกผมอยากเรียนเทควันโด แต่คุณพ่อพาไปเรียนมวยไทย และได้มีการไปแคสต์หนังเรื่องหนึ่ง เป็นหนังจีน จนได้มารู้จักพี่มิกกี้ ซูเปอร์เท็น เขาเลยชวนผมมาเรียนสตั๊นท์ ตอนฝึกสตั๊นท์แรก ๆ ก็รู้สึกว่ายากมาก เริ่มท้อ จนหลัง ๆ เริ่มคลิกและสนุกไปกับมันครับ
Q : ตอนนี้ยังมีเรียนสตั๊นท์อยู่มั้ย?
น้องโกฮัง : ปัจจุบันนี้ผมยังเรียนอยู่ครับ เรียนในระดับที่ผู้ใหญ่เรียนกันแล้ว ฝึกกับครูที่สอนนักแสดงฮอลลีวูดด้วย ผมก็เอาดีด้านนี้ให้เต็มที่ ซึ่งผมเองก็มีความฝัน อยากเป็นนักแสดงแอ๊คชั่น ผมอยากเป็นฟรีรันนิ่ง แอ๊คชั่น พวกผาดโผน แสดงโชว์ ฟรีรันนิ่ง ไม่มีแพตเทิร์นตายตัว และมันไม่มีจุดสิ้นสุดด้วยครับ
Q : มีใครเป็นไอดอลบ้าง?
น้องโกฮัง : ถ้าเรื่องสตั๊นท์ผมชอบพี่จา (พนม ยีรัมย์) เขาเก่งมวยไทยโบราณ ผมชอบท่าการ์ดหักต่าง ๆ ผมเองก็มีพื้นฐานมวยด้วย ก็พยายามเอาความรู้มวยที่มีพัฒนาท่าต่าง ๆ ผมจะเน้นตั้งการ์ดแล้วพยายามตีลังกาหลบ แต่พยายามไม่เลียนแบบพี่จาครับ ส่วนแอ๊คชั่นเตะต่อย ผมชอบ เจสัน สเตแธม เขาเตะต่อยเก่งและครีเอทบทสดเก่ง เขาต่อยเก่ง ดูดุดัน และมีความอดทนสูง แต่ถามว่าเป้าหมายของผมอยากไปได้อย่างนั้นมั้ย คือทุกวันนี้ผมพยายามฝึกหนักทุกวัน แต่ก็ไม่รู้จะไปได้ไกลแค่ไหน แต่ที่แน่ ๆ อยากมีโอกาสได้แสดงหนังและละครไปเรื่อย ๆ ครับ”
Q : จากสตั๊นท์มาเป็นนักแสดงนำ มีความเหมือนหรือต่างมากน้อยแค่ไหน?
น้องโกฮัง : ก็ต่างครับ ทั้งในเรื่องความอดทน การฝึกฝนต่าง ๆ ผมว่าสตั๊นท์หนักกว่า ซึ่งพอผมเข้ามาในวงการบันเทิงเต็มตัว ก็ได้เรียนรู้ฝึกเรื่องความอดทนและความรับผิดชอบ ส่วนเรื่องการเข้าสังคม ผมไม่ต้องปรับตัวเยอะมาก เพราะว่าผมเป็นคนที่เข้ากับคนง่ายครับ
Q : พอมาเป็นนักแสดง แบ่งเวลางานกับเรื่องเรียนยังไง?
น้องโกฮัง : ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัยครับ ก็แบ่งเวลายากอยู่ครับ เพราะช่วงเช้าต้องไปเรียน ส่วนช่วงเย็นก็ต้องซ้อมครับ ซึ่งความยากและท้าทายของการเป็นนักแสดงเด็กสำหรับผม อยู่ที่ว่าจะมีความอดทนสูงมั้ย และนักแสดงที่ดีในมุมมองของผม คือการเปิดยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ครับ
Q : นอกจากบทแอ๊คชั่นแล้ว มีบทอะไรที่อยากลองเล่นอีก?
น้องโกฮัง : เรื่องความรักครับ (ยิ้ม) อยากลองเล่นเลิฟซีนบ้าง เพราะตอนเด็ก ๆ ผมก็เล่นแต่แอ๊คชั่นอย่างเดียวเลย ไม่มีพวกเลิฟซีน อยากลองมุมหวาน ๆ ซึ่งส่วนตัวก็อยากลองซีรีส์วายเหมือนกันนะครับ มันเป็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่ผมยังไม่เคยเล่น และผมก็มองว่า ตอนนี้สังคมก็เปิดกว้างในเรื่องความรักมากขึ้น มีความหลากหลายทางเพศ และความรักไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมเองก็อยากลองเล่น อยากถ่ายทอดความรักในอีกรูปแบบหนึ่งครับ”

Q : คิดว่าอาชีพนักแสดง จะเป็นอาชีพที่เรายึดทำในอนาคตเลยได้รึเปล่า?
น้องโกฮัง : ก็อาจพอเป็นไปได้ เพราะผมก็ชอบเรื่องการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ออกมา อยากให้คนอื่นมีเสียงหัวเราะ ซึ่งการเป็นนักแสดงนั้นเป็นความฝันของผม และเป็นความฝันของคุณพ่อคุณแม่ด้วย ซึ่งผมไม่ได้วางเป้าหมายงานในวงการเอาไว้ยังไงนะ แค่อยากแสดงไปเรื่อย ๆ ครับ
Q : เนื่องใน “วันเด็ก” อยากรู้ว่ามีความประทับใจในวันเด็ก ที่อยู่ในความทรงจำบ้างมั้ย?
น้องโกฮัง : มีวันเด็กปีหนึ่ง เมื่อ 4-5 ปีก่อน ที่ผมไปเล่นและได้จักรยานมา ผมรักมันมากครับ เลยขี่ทุกวันเลย ตอนนี้ยังอยู่ครับ ซึ่งถึงวันเด็ก ผมก็จะทำให้คุณพ่ออารมณ์ดี ท่าจะได้พาเราไปเที่ยวกันเด็กครับ

Q : ในมุมมองของเรามองว่า “วันเด็ก” มีความสำคัญกับเด็กยังไงบ้าง?
น้องโกฮัง : มีความสำคัญกับเด็กมากนะครับ การให้ของขวัญกับเด็ก ก็ทำให้เด็กมีความสุข และอยากให้วันเด็กอยู่ตลอดไปเลยครับ
Q : ท้ายสุดฝากถึงเพื่อน ๆ และเด็ก ๆ เนื่องใน “วันเด็ก” นี้หน่อย?
น้องโกฮัง : ก็ขอให้ตั้งใจเรียน เพราะว่าโตไปจะได้มีอนาคตที่ดีครับ นอกจากนี้ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย และขอฝากผลงาน ‘ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์’ อยากให้ไปรอดูกัน มีครบรส ทั้งเรื่องความรัก แอ๊คชั่น แฟนตาซี ดูได้ทั้งครอบครัวเลยครับ

ใครอยากพิสูจน์ฝีมือการแสดงและความน่ารักของ “น้องโกฮัง” อย่าพลาดไปชมในภาพยนตร์ “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” กัน







