สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำหญิงของเปรู แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานการณ์ประท้วงขับไล่รัฐบาล ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีความเข้าใจต่อความโกรธแค้นของประชาชน ขณะเดียวกัน ภาครัฐมีความเสียใจอย่างสูงสุดต่อทุกความสูญเสีย และยังคงพยายามทุกวิถีทางเพื่อฟื้นฟูสันติภาพให้กลับคืน


อย่างไรก็ตาม โบลูอาร์เตซึ่งรับตำแหน่งผู้นำหญิงคนแรกของเปรู ในวันเดียวกับที่การประท้วงปะทุ เนื่องจากเป็นวันเดียวกับที่สภาคองเกรส ถอดถอนประธานาธิบดีคนก่อนหน้าเธอ ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคฝ่ายซ้าย นั่นคือ นายเปโดร กัสติโย ยังคงยืนกรานปฏิเสธข้อเรียกร้องของฝ่ายต่อต้าน ที่ต้องการให้เธอลาออก โดยเธอยืนยันการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ในเดือน เม.ย. ปีหน้า ส่วนในระหว่างนี้ จะมีการสอบสวนและลงโทษ “ผู้ประสงค์ร้ายที่ใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์”


ข้อมูลจากภาครัฐ ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์รุนแรงทางการเมืองครั้งนี้ ไว้ที่อย่างน้อย 41 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 355 คน อีกทั้งยังมีผู้ถูกจับกุมอีก 329 คน ส่วนเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 176 นาย

สมาชิกในครอบครัวของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเปรู แห่โลงศพของผู้เสียชีวิตไปตามท้องถนน ในเมืองฮูเลียกา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ


ในอีกด้านหนึ่ง สำนักงานอัยการสูงสุดของเปรู สอบสวนโบลูอาร์เต และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน ฐานเชื่อมโยงกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ประชาชนที่เสียชีวิตจากการประท้วงครั้งนี้ ที่ทำให้ต้องมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของเปรู ที่เป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับสองของโลก.

เครดิตภาพ : REUTERS