สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสถานีรอสซิยา วัน ว่า สงครามในยูเครน “เป็นไปในทิศทางบวก” โดยทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานคณะเสนาธิการทหารร่วม
ขณะเดียวกัน ปูติน กล่าวว่า การสู้รบตอนนี้ไม่ใช่เรื่องระหว่างรัสเซียกับยูเครนอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลมอสโกกับกลุ่มประเทศตะวันตก “ที่หยิ่งผยองและก้าวร้าว” พร้อมทั้งยืนยันว่า รัสเซียจะใช้ “ทุกสรรพกำลังที่มี” ในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

นอกจากนี้ ปูตินกล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของรัสเซียตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า สามารถ “ฝ่าฟันอุปสรรค” จากมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก เห็นได้จากการยังคงรักษาสถานะ การเป็นประเทศผู้ส่งออกทรัพยากรรายใหญ่อันดับต้นของโลก อย่างไรก็ดี นับจากนี้ รัสเซียจะเน้นการค้าขายกับเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะกับจีนและอินเดีย
One day after the attack: This is what the apartment block hit by a Russian missile in Dnipro on Jan. 14 looks like now.
— The Kyiv Independent (@KyivIndependent) January 15, 2023
The death toll is currently at 25 people. The search for survivors continues.
Our @AsamiTerajima is reporting from the site. pic.twitter.com/7CAWBY1uai
ท่าทีดังกล่าวของปูตินเกิดขึ้น หลังกองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในยูเครน ตลอดวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเน้นโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับไฟฟ้า น้ำประปา และการทำความร้อน
อย่างไรก็ตาม อพาร์ตเมนต์ความสูง 9 ชั้นแห่งหนึ่ง ในเมืองดนีโปร หรือเมืองไนเปอร์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของยูเครน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ริมชายฝั่งแม่น้ำชื่อเดียวกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 30 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 30 คน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้ติดอยู่ภายใต้ซากปรกหักพังอีก 30-40 คน ซึ่งหน่วยกู้ภัยกำลังเร่งค้นหา.
เครดิตภาพ : REUTERS



