สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า ไอโอแอลระบุในรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มทั่วโลกว่า นอกจากการเติบโตของการจ้างงานที่ลดลงแล้ว จำนวนคนว่างงานทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3 ล้านคน เป็น 208 ล้านคนในปี 2566 ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อค่าจ้างที่แท้จริง
นอกจากนี้ การขาดแคลนตำแหน่งงานใหม่จะส่งผลกระทบต่อหลายประเทศที่กำลังฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ อันมีสาเหตุมาจากการระบาดใหญ่ทั่วโลก และเชื้อโคโรนาไวรัสที่ลุกลามไปทั่วจีน หลังรัฐบาลปักกิ่งยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด
“เนื่องจากมีการชะลอตัวในการเติบโตของการจ้างงานทั่วโลก เราคาดว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 จะไม่ได้รับการฟื้นฟูก่อนปี 2568” นายริชาร์ด ซามานส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของไอแอลโอ และผู้ประสานงานของรายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่ กล่าว
???? New @ILO report
— United Nations Geneva (@UNGeneva) January 16, 2023
Finding a decent & well-paid job is likely to be harder this year, thanks to the continuing global economic downturn.
Many workers will have to accept lower quality jobs, often at very low pay, sometimes with insufficient hours”.
➡️ https://t.co/M0griIGiIy pic.twitter.com/dzvIb64mZk
“การชะลอตัวในปัจจุบันบ่งชี้ว่า คนงานจำนวนมากจะต้องรับงานที่มีคุณภาพต่ำกว่า ซึ่งบ่อยครั้งมีค่าจ้างที่ต่ำมาก และอาจมีชั่วโมงทำงานที่ไม่เพียงพอในบางครั้ง” ไอแอลโอ ระบุ “ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้แรงงานที่เล็กน้อย วิกฤติค่าครองชีพยังเสี่ยงที่จะผลักดันให้ผู้คนเข้าสู่ความยากจนมากขึ้นด้วย”
นอกจากนี้ ไอแอลโอ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้จะยิ่งเลวร้ายมากกว่าเดิม.
เครดิตภาพ : REUTERS



