สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ตลอดปี 2565 มีเด็กมากกว่า 300 ราย ส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เสียชีวิตจากภาวะไตวายเฉียบพลัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับประทานยาที่มีสารปนเปื้อน โดยเฉพาะยาน้ำเชื่อมแก้ไอ พบมากที่สุดในแกมเบีย อินโดนีเซีย และอุซเบกิสถาน


ทั้งนี้ ยาแก้ไอน้ำเชื่อมต้องสงสัยส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของ ไดเอทิลีนไกลคอล และเอทิลีนไกลคอล ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ใช้ทำละลายในอุตสาหกรรมเท่านั้น หมายความว่า “ห้ามใช้ในอาหารและยาอย่างเด็ดขาด”


ขณะเดียวกัน ดับเบิลยูเอชโอมีคำเตือนอย่างเจาะจงไปยังฟิลิปปินส์ กัมพูชา และติมอร์เลสเต โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากอาจมีผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยปนเปื้อนวางจำหน่าย


นอกจากนี้ ดับเบิลยูเอชโอเรียกร้องสมาชิกทั้ง 194 ประเทศ เพิ่มความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ปกป้อง และคุ้มครองห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก โดยขอให้บริษัทผลิตยาเลือกซื้อหรือนำเข้าวัตถุดิบจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ และทดสอบตัวอย่างของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ดับเบิลยูเอชโอมีคำเตือนไปยังสมาชิกทุกประเทศ ให้ระงับการจำหน่ายยาน้ำเชื่อมแก้ไอซึ่งผลิตโดยบริษัทสองแห่งของอินเดีย ได้แก่ ไมเดน ฟาร์มาซูติคอล และ มาเรียน ไบโอเทค พร้อมทั้งมีคำเตือนแบบเดียวกันไปยังอินโดนีเซีย ให้เรียกคืนยาน้ำเชื่อมแก้ไอซึ่งผลิตโดยบริษัท 4 แห่งของอินโดนีเซีย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES