สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า ความสูญเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ภาคส่วนประกันภัยครอบคลุม อยู่ที่ 132,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ “ช่องว่างความคุ้มครองประกันภัย” ทั่วโลกอยู่ที่ 58% ซึ่งเอออนกล่าวว่า ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่จำนวนเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น อุทกภัย และเฮอริเคน เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยนับตั้งแต่ปี 2543
Natural disasters, many driven by climate change, caused global economic losses of $313 billion in 2022 – of which less than half was insured. Yet, the protection gap was one of the lowest on record.
— Aon (@Aon_plc) January 25, 2023
Read more in @Reuters: https://t.co/5dgGb0K37v #ImpactForecasting
“มันค่อนข้างต่ำ เนื่องจากภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายมากที่สุดจำนวนมาก เกิดขึ้นในประเทศที่มีตลาดประกันภัยที่เติบโตเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ หรือยุโรป ขณะที่การสูญเสียในภูมิภาคที่ครอบคลุมน้อยกว่าอย่างเอเชีย อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย” นายมิคาล ลอรินช์ หัวหน้าฝ่ายข้อมูลภัยพิบัติเชิงลึกของเอออน กล่าว
ตามรายงานของบริษัท ความสูญเสียของผู้ประกันตนทั่วโลกประมาณ 75% เกิดขึ้นในสหรัฐ จากเฮอริเคนเอียนที่พัดถล่มรัฐฟลอริดา เมื่อเดือน ก.ย. 2565 ซึ่งสร้างความเสียหายต่อการประกันภัยในช่วงระหว่าง 50,000-55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6-1.8 ล้านล้านบาท) จากความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งหมด 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.1 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ เอออนประมาณการว่า มีผู้เสียชีวิตประมาณ 31,300 คน จากเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในปี 2565 ซึ่งราว 2 ใน 3 มีความเชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรป ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : REUTERS



