สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนิน เขตเวสต์แบงก์ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ รายงานมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย หนึ่งในนั้นเป็นหญิงชรา และได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 20 คน จากปฏิบัติการด้านความมั่นคงของเจ้าหน้าที่อิสราเอล ซึ่งตรวจค้นค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนิน ของเขตเวสต์แบงก์


นอกจากนั้น ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เมืองอัล-ราม ทางเหนือของนครเยรูซาเลม ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลวิสามัญชายชาวปาเลสไตน์ วัย 22 ปี และชาวปาเลสไตน์อีกอย่างน้อย 1 ราย เสียชีวิตระหว่างการปะทะกับเจ้าหน้าที่ของอิสราเอล ที่เมืองรามัลเลาะห์ ในเขตเวสต์แบงก์


ขณะที่รัฐบาลปาเลสไตน์ประกาศยุติข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอิสราเอล “อีกครั้ง” โดยข้อตกลงดังกล่าวเป็นการลงนามร่วมกัน เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตเวสต์แบงก์ และเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ก่อเหตุโจมตีอิสราเอล


ด้าน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการของเจ้าพนักงาน “เป็นไปตามหน้าที่” และไม่มีเจตนายกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ อย่างไรก็ดี ตอนนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงทุกแห่งยกระดับความพร้อมรับมือกับ “สถานการณ์ไม่คาดฝันทุกรูปแบบ” พร้อมทั้งยืนยันจะตรวจสอบ การเสียชีวิตของหญิงชราชาวปาเลสไตน์


ส่วนกองกำลังป้องกันอิสราเอล ( ไอดีเอฟ ) ออกแถลงการณ์ ยืนยันปฏิบัติการที่ค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนินจริง เพื่อค้นหาและจับกุมสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งต้องสงสัย “เตรียมการก่อการร้าย” แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยขัดขืน จึงเกิดการต่อสู้กัน


ในอีกด้านหนึ่ง นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เตรียมเยือนอียิปต์ อิสราเอล และเขตเวสต์แบงก์ ในสัปดาห์หน้า โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อิสราเอลส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต “อย่างน้อย 30 ราย” รวมทั้งพลเรือนและสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ.

เครดิตภาพ : REUTERS