เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก นางสมจิตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ผู้ป่วยที่ถูกโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งนำมาส่งไว้ที่เพิงไม้สภาพเก่าคับแคบในพื้นที่หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ปล่อยให้นอนตากยุงตามลำพังทั้งที่เป็นผู้ป่วย อีกทั้งยังมีแผลที่บริเวณข้อมือ ขา และแผลกดทับตามตัวหลายแห่งไม่สามารถเดินไปมาได้ ต้องคลานกับพื้นเป็นที่น่าเวทนากับผู้ที่พบเห็น เพื่อนบ้านต้องช่วยกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนนำข้าวปลาอาหารมาวางไว้ให้ และต้องคอยเช็ดอุจจาระปัสสาวะ พยายามติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ยังไม่มีหน่วยงานไหนเหลียวแล โทรศัพท์ไปหลายแห่งเจ้าหน้าที่ก็บอกแต่ว่าตอนนี้ถูกกักตัวไม่สามารถมารับผู้ป่วยได้ เกรงว่าปล่อยไว้นานผู้ป่วยอาจจะมีอาการหนัก

ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า นางสมจิตร์ อาศัยอยู่ในซอยนี้มา 30 ปีแล้ว ปกติจะอยู่แต่ในบ้าน ระยะหลังเริ่มมีอาการป่วยหลายโรค เป็นเบาหวาน ความดัน และตับแข็งเพราะกินเหล้า ล่าสุดโดนตัดไฟเพราะไม่มีเงินจ่ายต้องออกมานอนริมถนนบ้าง ส่วนลูกชายก็ติดคุกคดีชิงทอง กระทั่งล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะน็อก ดื่มเหล้ามากจนเกือบเสียชีวิต แต่อยู่ๆ เมื่อสามวันที่แล้วมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอาตัวกลับมาส่งที่บ้านโดนใช้เตียงหามมา บอกว่าแกหายแล้วแค่ยังเดินไม่ได้พอลุกนั่งเองได้ แต่ไม่มีคนดูแล ตอนนี้ยังดีที่ชาวบ้านคอยช่วยเหลืออยู่ประสานงาน 1669 ไป 2 รอบ เจ้าหน้าที่ไม่เข้ามารับบอกว่าติดเคสโควิด ชาวบ้านสงสารต้องซื้อแพมเพิสให้ใส่ ทายากันยุงเพราะไม่มีมุ้งไม่มีไฟฟ้ายุงเยอะมากๆ ต้องผลัดเปลี่ยนกันเอาข้าวมาให้กิน และต้องช่วยกันเก็บทำความสะอาดอุจาระปัสสาวะทุกวัน จึงอยากวอนผ่านสื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพราะช่วยตัวเองไม่ได้และมีโรคประจำตัว



