“ขาสั้น คอซอง” สัปดาห์นี้ ภูมิใจนำเสนอผลงานไอเดียการทดลองของเยาวชนไทยที่ได้รับการคัดเลือกจาก โครงการ Asian Try Zero-G 2022 ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (JAXA) เพื่อนำขึ้นไปทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ ในห้องทดลอง คิโบะ โมดูล (Kibo Module) ของแจ็กซา โดย นายโคอิจิ วะกาตะ นักบินอวกาศญี่ปุ่น

และแนวคิดการทดลองสุดเจ๋งดังกล่าวก็คือเรื่อง การศึกษาพฤติกรรมของก้อนน้ำทรงกลมเมื่อถูกแรงกระทำในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ ผลงานของ “พรีม” จิณณะ วัยวัฒนะ ชั้น ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
“พรีม” บอกว่า โครงการ Asian Try Zero-G 2022 ได้คัดเลือกแนวคิดการทดลอง 6 เรื่อง จากเยาวชน 5 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และ ไทย ซึ่งในส่วนของประเทศไทยมีแนวคิดการทดลองได้รับการคัดเลือก 2 เรื่อง โดยอีกเรื่อง คือ การศึกษาระดับน้ำที่สูงขึ้นจากแรงดึงของผิวภาชนะในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ ของ “อินทิราภรณ์ เชาว์ดี” บัณฑิตจากคณะเภสัชศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

“พรีม” บอกถึงไอเดียการทดลองว่า การทดลองที่เสนอไปต้องการศึกษาพฤติกรรมของก้อนน้ำทรงกลมในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าน้ำถูกแรงจากภายนอกกระทำ ซึ่งการทดลองแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยการทดลองที่ 1 ต้องการศึกษาว่าเมื่อเกิดการชน (collision) ระหว่างลูกบอลกับก้อนน้ำทรงกลมแล้ว ก้อนน้ำจะมีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งลูกบอลมี 3 แบบ ได้แก่ ลูกบอลเหล็กกล้า ลูกบอลไม้ และลูกบอลไม้ที่เคลือบกันน้ำ ส่วนการทดลองที่ 2 คือการศึกษาพฤติกรรมของก้อนน้ำทรงกลมที่สัมผัสกับแรงเฉือนจาก “ลูกข่างกระดก” ซึ่งลูกข่างมีความน่าสนใจตรงที่พลิกกลับด้านเมื่อหมุนได้

“พรีม” บอกอีกว่า เมื่อนักบินอวกาศเริ่มทดลองการทดลองที่ 1 พบปัญหาว่า ก้อนน้ำทรงกลมไม่เกาะกับห่วงลวดโลหะเพื่อจะปล่อยให้ชนกับลูกบอลอย่างที่คิดไว้ จึงปรับวิธีการทดลองเป็นการปาลูกบอลอย่างเบาๆ เข้าใส่ก้อนน้ำที่ลอยในอากาศแทน ผลการทดลองพบว่า ลูกบอลเหล็กกล้าและไม้เมื่อชนกับก้อนน้ำทรงกลม ลูกบอลจะเข้าไปอยู่ที่ผิวของก้อนน้ำทั้งคู่ แต่จะต่างกันตรงความลึกของลูกบอลที่จมเข้าไปในก้อนน้ำ ทั้งนี้เกิดจากขนาดแรงยึดติด (adhesive force) ระหว่างน้ำกับวัสดุที่มาชนแตกต่างกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาการชนแบบไม่ยืดหยุ่นของวัตถุต่างสถานะกัน และการศึกษาเปรียบเทียบผลของชนิดวัสดุต่อพฤติกรรมการรวมตัวกับน้ำ ส่วนการทดลองที่ 2 มีเวลาไม่พอ จึงไม่ได้ทำการทดลอง

“การมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่หาได้ยากมาก และยังได้มีโอกาสเข้าชมห้องทำงานของ JAXA นอกจากนี้ยังได้เข้าชมอาคารจัดแสดงหุ่นยนต์และเครื่องมือต่างๆ ที่อยู่บนคิโบะ โมดูล ที่สำคัญคือการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ต่างชาติที่มาจากหลากหลายสาขาวิชา เช่น ฟิสิกส์ วิศวกรรม และยังสนใจทางด้านอวกาศเช่นเดียวกัน ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจและมีแรงผลักดันในการศึกษาด้านเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้น” “พรีม” กล่าว

อยากรู้ว่าแนวคิดการทดลองของสองเยาวชนไทย จะเด็ดแค่ไหน ถึงผ่านการคัดเลือกจากโครงการ Asian Try Zero-G 2022 และได้นำไปทดลองจริงบนสถานีอวกาศ เข้าไปดูกันได้เลยที่เพจเฟซบุ๊ก NSTDA Space Education



