สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองรามัลเลาะห์ เขตเวสต์แบงก์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ พบหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ที่เมืองรามัลเลาะห์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยอับบาสกล่าวในช่วงหนึ่ง ว่า สถานการณ์รุนแรงระลอกล่าสุดในเขตเวสต์แบงก์ “เป็นผลจากการเคลื่อนไหวฝ่ายเดียวของอิสราเอล” ซึ่งละเมิดทั้งข้อตกลงระดับทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศทุกข้อ
ขณะที่บลิงเคนเรียกร้องทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ ถอยห่างจากการใช้ความรุนแรง และยืนยันจุดยืนของสหรัฐ สนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งบนแนวทางสองรัฐ ซึ่งต้องเป็นการที่อิสราเอลและปาเลสไตน์ยอมรับ “การมีตัวตนในฐานะรัฐ” ของอีกฝ่าย
U.S. Secretary of State Antony Blinken continued his Mideast tour in the West Bank, meeting with Palestinian President Mahmoud Abbas, affirming Washington's support for a two-state solution to the Israeli-Palestinian conflict https://t.co/fpvwrhMZXn pic.twitter.com/ROTZ65sDSM
— Reuters (@Reuters) February 1, 2023
นอกจากนั้น บลิงเคนกล่าวถึงการที่รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตรียมเพิ่งบประมาณสนับสนุนปาเลสไตน์อีก 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,646.03 ล้านบาท) ผ่านสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยหนึ่งในเป้าหมายของการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติม คือการพัฒนาบริการ 4จี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่สำหรับชาวปาเลสไตน์

ก่อนเดินทางมาพบกับอับบาส บลิงเคนพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่เมืองเยรูซาเลม โดยเจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์รุนแรงระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น “เป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันดับไฟ” สำหรับเหตุการณ์ที่สุเหร่ายิว ซึ่งเป็นการกราดยิงโดยมือปืนชาวปาเลสไตน์ และมีชาวอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย รัฐบาลวอชิงตันขอประณามในระดับสูงสุด และขอตำหนิกลุ่มคนที่ออกมาเฉลิมฉลองความสูญเสียซึ่งเกิดขึ้น สื่อถึงการที่ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งรวมตัวจัดงงานตามท้องถนน
อย่างไรก็ตาม เฉพาะเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลแล้วอย่างน้อย 35 ราย ถือเป็นเดือนนองเลือดที่สุด นับตั้งแต่เหตุรุนแรง เมื่อเดือน ม.ค. 2558.
เครดิตภาพ : REUTERS



