สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองรามัลเลาะห์ เขตเวสต์แบงก์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ พบหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ที่เมืองรามัลเลาะห์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยอับบาสกล่าวในช่วงหนึ่ง ว่า สถานการณ์รุนแรงระลอกล่าสุดในเขตเวสต์แบงก์ “เป็นผลจากการเคลื่อนไหวฝ่ายเดียวของอิสราเอล” ซึ่งละเมิดทั้งข้อตกลงระดับทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศทุกข้อ


ขณะที่บลิงเคนเรียกร้องทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ ถอยห่างจากการใช้ความรุนแรง และยืนยันจุดยืนของสหรัฐ สนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งบนแนวทางสองรัฐ ซึ่งต้องเป็นการที่อิสราเอลและปาเลสไตน์ยอมรับ “การมีตัวตนในฐานะรัฐ” ของอีกฝ่าย


นอกจากนั้น บลิงเคนกล่าวถึงการที่รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตรียมเพิ่งบประมาณสนับสนุนปาเลสไตน์อีก 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,646.03 ล้านบาท) ผ่านสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยหนึ่งในเป้าหมายของการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติม คือการพัฒนาบริการ 4จี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่สำหรับชาวปาเลสไตน์

ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ พบหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่เมืองรามัลเลาะห์ ในเขตเวสต์แบงก์


ก่อนเดินทางมาพบกับอับบาส บลิงเคนพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่เมืองเยรูซาเลม โดยเจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์รุนแรงระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น “เป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันดับไฟ” สำหรับเหตุการณ์ที่สุเหร่ายิว ซึ่งเป็นการกราดยิงโดยมือปืนชาวปาเลสไตน์ และมีชาวอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย รัฐบาลวอชิงตันขอประณามในระดับสูงสุด และขอตำหนิกลุ่มคนที่ออกมาเฉลิมฉลองความสูญเสียซึ่งเกิดขึ้น สื่อถึงการที่ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งรวมตัวจัดงงานตามท้องถนน


อย่างไรก็ตาม เฉพาะเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลแล้วอย่างน้อย 35 ราย ถือเป็นเดือนนองเลือดที่สุด นับตั้งแต่เหตุรุนแรง เมื่อเดือน ม.ค. 2558.

เครดิตภาพ : REUTERS