สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า สำนักงานดับเพลิงและบริการฉุกเฉินแห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ที่มีเพิร์ทเป็นเมืองเอก ออกแถลงการณ์ยืนยัน การพบแคปซูลขนาด 8 มิลลิเมตร x 6 มิลลิเมตร ที่ภายในบรรจุซีเซียม-137 (caesium-137) ซึ่งเป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีของธาตุซีเซียม ที่หายไประหว่างการขนส่ง เมื่อเดือนที่แล้ว


ทั้งนี้ การค้นพบเกิดขึ้นระหว่างการใช้ยานพาหนะของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับกัมมันตรังสี เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางต้องสงสัย ด้วยความเร็ว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนที่มีระยะทางไกลกว่า 1,400 กิโลเมตร หรือยาวกว่าสหราชอาณาจักรทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม รายงานยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน ว่าพบแคปซูลตกอยู่บริเวณใด แต่ให้ข้อมูลว่า แคปซูลเม็ดดังกล่าวอยู่ห่างจากพื้นผิวถนนประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่พบห่างไกลจากแหล่งชุมชน ตอนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำส่งแคปซูลไปเก็บยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า แคปซูลยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์

เจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียใช้อุปกรณ์เฉพาะ ค้นหาร่องรอยของ “แคปซูลจิ๋วบรรจุกัมมันตรังสี” ซึ่งสูญหายในท้องที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย


การค้นพบที่เกิดขึ้นถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจค้นหายาวนาน ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแม้ไอโซโทปของซีเซียมไม่ใช่สารประกอบของการผลิตอาวุธ แต่มีอันตรายในระดับสูง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็ง หากสัมผัสโดยตรง

ขณะที่บริษัทริโอ ทินโต หนึ่งในผู้ประกอบการเหมืองแร่รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นเจ้าของแคปซูลเม็ดนี้ ออกแถลงการณ์ขออภัยต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในสัปดาห์นี้ โดยยืนยันว่า ได้รับแจ้งเรื่องการสูญหาย เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา หรือ 2 สัปดาห์เต็ม หลังแคปซูลเม็ดดังกล่าวหายระหว่างลำเลียง จากเหมืองในเมืองนิวแมน เพื่อไปจัดเก็บยังโกดังในเมืองเพิร์ท เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา

ด้านผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ว่า จริงอยู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนถึง “มาตรฐานที่ลดลง” ของริโอ ทินโต แต่จะมีผลไม่น้อยต่อ “ภาพลักษณ์” ของบริษัท ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ค. 2563 ริโอ ทินโต ระเบิดถ้ำของชาวอะบอริจิน ที่มีอายุเก่าแก่เกือบ 50,000 ปี ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เพื่อขยายอาณาเขตเหมืองแร่เหล็ก ภายในบริเวณซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐ ส่งผลให้ นายฌ็อง-เซบาสเตียน ฌาคส์ ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของริโอ ทินโต เพื่อแสดงความรับผิดชอบ.

เครดิตภาพ : REUTERS