สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำเปรู แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรียกร้องการเจรจา “แบบพหุภาคีร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง” เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงภายในประเทศแห่งนี้

ทั้งนี้ โบลูอาร์เตซึ่งนับเป็นประธานาธิบดีคนที่ 6 ของเปรู นับตั้งแต่ปี 2561 และเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศด้วย กล่าวว่า สถานการณ์ประชาธิปไตยของเปรูในเวลานี้ “เปราะบางอย่างมาก” และ “จำเป็นต้องได้รับการปกป้องอย่างเร่งด่วนที่สุด” อย่างไรก็ตาม เธอยังคงยืนกรานปฏิเสธข้อเรียกร้องสำคัญของฝ่ายต่อต้าน นั่นคือ การลาออก โดยยืนยันว่า ให้ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสิน ในการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจะเกิดขึ้น ในเดือน เม.ย. 2567
Peru’s instability shows no sign of easing – and the economic impact is mounting.
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) February 5, 2023
Protests are costing between $60 and $100 million per day, report @luciaweihe and @mrochabrun https://t.co/lKRPLyTZ2B pic.twitter.com/avylHyymjW

การประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งปัจจุบันของเปรู ปะทุเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สภาคองเกรสถอดถอนนายเปโดร กัสติโย ผู้นำฝ่ายซ้ายในเวลานั้น ให้พ้นจากตำแหน่ง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น และ “เป็นกบฏ” แล้วแต่งตั้งโบลูอาร์เตซึ่งตอนนั้นอยู่ในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน จุดชนวนการประท้วงครั้งใหญ่จากประชาชนและกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายในเปรู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 ราย แบ่งเป็นผู้ประท้วง 69 ราย และตำรวจอีกนายหนึ่ง อีกทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคน
Violent street protests in Peru against President Dina Boluarte have been taking place for almost two months and dozens have died.@GuillermoGaldos went to the mountain town of Puno to speak to the people determined to take down the new government. pic.twitter.com/y9TGCkMDDk
— Channel 4 News (@Channel4News) February 2, 2023
นอกจากนี้ เกิดการปะทะอย่างดุเดือด ระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ ในเมืองฮูเลียกา ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 50 คน อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการปะทะอย่างดุเดือดระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจควบคุมฝูงชน และนองเลือดถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย ภายในวันเดียว.
เครดิตภาพ : AFP



