สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเพิกถอนใบอนุญาตของสำนักข่าว “เดอะ วอยซ์ ออฟ เดโมเครซี” หรือ “วีโอดี” ซึ่งให้บริการทั้งภาษาเขมรและภาษาอังกฤษ ว่า การที่ “สถานเอกอัครราชทูตบางประเทศแสดงความวิตกกังวลอย่างมีอคติ และขับเคลื่อนด้วยแนวคิดทางการเมืองที่แบ่งแยก” เนื่องจากการดำเนินการของรัฐบาลพนมเปญ “เป็นไปตามกฎหมาย”


แถลงการณ์ดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเกิดขึ้น หลังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ เยอรมนี และอีกหลายประเทศของฝั่งตะวันตก ต่างออกมาแสดงความวิตกกังวล เกี่ยวกับการที่รัฐบาลพนมเปญ “มีคำสั่งอย่างกะทันหัน” ในการให้วีโอดียุติการดำเนินงาน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ในวันที่ 23 ก.ค. 2566


ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า วีโอดีนำเสนอข้อมูลข่าวสาร “โจมตี” ตัวเขาและบุตรชายคนโต คือ พล.ท.ฮุน มาเนต ขณะเดียวกัน รายการข่าวซึ่งวีโอดีจัดทำเมื่อไม่นานมานี้ “ทำลายศักดิ์ศรีและชื่อเสียง” ของรัฐบาลกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสั่งการให้กระทรวงข่าวสารดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย กับสำนักข่าวแห่งนี้


อนึ่ง วีโอดี ซึ่งถือเป็น “สื่ออิสระแห่งสุดท้ายของกัมพูชา” รายงานว่า การที่สมเด็จฮุน เซน ให้ พล.ท.ฮุน มาเนต เป็นผู้ลงนามในเอกสารเกี่ยวกับการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ตุรกี “เป็นการปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขต” เนื่องจากปัจจุบัน พล.ท.ฮุน มาเนต ดำรงตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม และรองผู้บัญชาการกองทัพกัมพูชา “ไม่เกี่ยวข้องกับงานบริหารของพลเรือน”


อย่างไรก็ตาม วีโอดีไม่ใช่สำนักข่าวแห่งแรกของกัมพูชา ซึ่งต้องปิดตัวในยุคสมเด็จฮุน เซน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 นายกรัฐมนตรีกัมพูชาสั่งปิดสำนักข่าว “แคมโบเดีย เดลี” ฐานไม่จ่ายภาษี ซึ่งกองบรรณาธิการยืนกรานปฏิเสธ และตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งปิดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือน ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2561.

เครดิตภาพ : AFP