สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากจากรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่า นายทอม วิลแซค รมว.เกษตรสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า สหรัฐเชื่อและปฏิบัติตามระบบการค้าที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์และกฎ อีกทั้งยังคงมุ่งมั่นที่จะป้องกันการหยุดชะงักการค้าสินค้าเกษตรระดับทวิภาคี และความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อผู้ผลิตของสหรัฐและเม็กซิโก

ทั้งนี้ กระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโกประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ยกเลิกเส้นตายในปี 2567 สำหรับการยุติการนำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอที่ใช้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งประเทศซื้อข้าวโพดเหลืองจีเอ็มโอส่วนใหญ่ประมาณ 17 ล้านตัน จากสหรัฐในแต่ละปี เพื่อนำไปเป็นอาหารสัตว์

ยิ่งไปกว่านั้น เม็กซิโกจะยังคงห้ามการใช้ข้าวโพดจีเอ็มโอสำหรับการบริโภคของมนุษย์ เช่น แป้ง, แป้งโดว์ และแป้งตอร์ติยา ที่ทำจากธัญพืช โดยการนำเข้าข้าวโพดจาดสหรัฐของเม็กซิโกราว 20% เป็นข้าวโพดขาวสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร

ในการประชุมกับเจ้าหน้าที่เม็กซิโกเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุว่า กำลังพิจารณาที่จะดำเนินการภายใต้ข้อตกลงสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (ยูเอสเอ็มซีเอ) เกี่ยวกับข้อพิพาทที่คุกคามการค้าข้าวโพดมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐจะให้เวลารัฐบาลเม็กซิโก จนถึงวันอังคารที่ 21 ก.พ. ที่จะถึง เพื่ออธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งห้ามที่เสนอมา

อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ปลูกข้าวโพดแห่งชาติ (เอ็นซีจีเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมของสหรัฐ แสดงความกังวลเกี่ยวกับคำสั่งที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดย นายทอม ฮาก ประธานของเอ็นซีจีเอ กล่าวว่า การคัดแยกข้าวโพด ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกทางการเกษตรอันดับหนึ่งไปยังเม็กซิโก ตลอดจนการเร่งห้ามนำเข้าสินค้าสำหรับการผลิตอาหารจำนวนมาก ทำให้ยูเอสเอ็มซีเอไม่มีประโยชน์ เว้นแต่จะมีการบังคับใช้.

เครดิตภาพ : REUTERS