สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่า นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สองและวันสุดท้ายของการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม 30 ประเทศสมาชิกนาโต ว่าที่ประชุมมีมติร่วมกันเพิ่มการผลิตกระสุนปืนใหญ่ ทั้งเพื่อเพิ่มปริมาณอาวุธในคลังแสง และเพื่อมอบความสนับสนุนเพิ่มเติมให้แก่ยูเครน
NATO countries are ramping up production of artillery munitions as Ukraine is burning through shells much faster than the West can make them, the alliance said, amid pledges to deliver at least 48 Leopard 2 tanks to Kyiv https://t.co/o2oE2rBPX2 pic.twitter.com/Lb1O7p6mwQ
— Reuters (@Reuters) February 15, 2023
ขณะเดียวกัน สโตลเทนเบิร์กกล่าวว่า สมาชิกยังคงหารือเกี่ยวกับ “ความเหมาะสมและความเพียงพอ” ของการเพิ่มสัดส่วนงบประมาณกลาโหมให้มีสัดส่วนคิดเป็น 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ตามมติครั้งแรก จากการประชุมที่เวลส์ เมื่อปี 2557 แต่มีมติให้ยกยอดไปหารือกันต่อ ในการประชุมที่ลิทัวเนีย เดือน ก.ค. นี้

อนึ่ง สหรัฐซึ่งเป็นสมาชิกแกนนำของนาโต มีสัดส่วนงบประมาณกลาโหมคิดเป็นเกือบ 3.5% ของจีดีพี อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของเยอรมนีอยู่ที่ยังไม่ถึง 1.5% ของจีดีพี
นอกจากนั้น นายบอริส พิสทอริอุส รมว.กลาโหมเยอรมนี กล่าวว่า กลุ่มประเทศตะวันตกเห็นพ้องมอบความสนับสนุนเป็นรถถังประจัญบาน “เลพเพิร์ด 2” รวมกัน 48 คัน ให้แก่ยูเครน โดยเป้าหมายดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับที่รัฐบาลเบอร์ลินจะมอบรถถังรุ่นเดียวกันนี้ 14 คัน และโปรตุเกสร่วมสนับสนุนอีก 3 คัน
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า ทหารยูเครนถอยร่นออกจากเส้นยึดครอง ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตลูฮันสก์ เพิ่มเป็น 3 กิโลเมตร จากเดิม 2 กิโลเมตร.
เครดิตภาพ : REUTERS



