สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมชมงานแสดงสินค้าเกษตร ในกรุงปารีส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า การที่จีนแสดงออกอย่างเป็นทางการและมีความชัดเจนมากขึ้นว่า ต้องการมีส่วนร่วมกับกระบวนการสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซีย “เป็นเรื่องที่ดี”
อย่างไรก็ตาม “สันติภาพที่ยั่งยืน” จะเกิดขึ้นได้ เมื่อรัสเซียยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดในยูเครน “อย่างแท้จริง” กล่าวคือต้องถอนกำลังพลและสรรพาวุธทั้งหมดกลับออกไป นอกจากนั้น รัฐบาลมอสโกต้องเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนด้วย พร้อมทั้งเสริมว่า เตรียมเยือนกรุงปักกิ่งในเดือน เม.ย.นี้ด้วย เพื่อเรียกร้องให้จีน “เพิ่มแรงกดดัน” แก่รัสเซีย ในการยุติสงครามกับยูเครน

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศจีนและรัสเซีย ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อการเปิดเผยดังกล่าวของผู้นำฝรั่งเศส โดยกระทรวงการต่างประเทศในกรุงปักกิ่งออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส มีกำหนดเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 ก.พ. ถึงวันที่ 2 มี.ค. นี้ ในฐานะอาคันตุกะของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
French President Macron will visit China in early April
— NEXTA (@nexta_tv) February 25, 2023
He will appeal to Beijing to cooperate in ending the war. pic.twitter.com/3NGHaubec8
ขณะที่ นายฉิน กัง รมว.การต่างประเทศจีน สนทนาทางโทรศัพท์กับ นายเซอร์เก อไลนิก รมว.การต่างประเทศเบลารุส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการส่งเสริมและขยายขอบเขตของความสัมพันธ์ เพื่อยกระดับความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน
อนึ่ง รัฐบาลจีนเผยแพร่เอกสารทางการทูต 12 ข้อ “เพื่อสร้างดุลยภาพทางการเมือง” ให้กับวิกฤติการณ์ในยูเครน มีเนื้อหาสำคัญคือ “คู่กรณีทุกภาคส่วน” ไม่ว่าจะสนับสนุนรัสเซียหรือยูเครน ขอให้ร่วมมือบนเส้นทางเดียวกัน นั่นคือการจัดการเจรจาให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นอกจากนี้ จีนไม่เห็นด้วยกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสมรภูมิยูเครน และการข่มขู่เรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ และเน้นย้ำการปกป้องชีวิตพร้อมทั้งทรัพย์สินของพลเรือน เป็นกรณีที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญในระดับสูงสุด.
เครดิตภาพ : REUTERS



