เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาโครงการศึกษา ออกแบบ และพัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการและการออกใบอนุญาตด้านการขนส่งทางรางผ่านระบบดิจิทัล (e-License R) ว่า การออกใบอนุญาตด้านการขนส่งทางราง ให้แก่ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง, ผู้ประจำหน้าที่ และรถขนส่งทางราง ผ่านระบบดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของ ขร. เพื่อกำกับดูแลกิจการขนส่งทางรางให้เป็นไปตามมาตรฐาน และกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีภาครัฐเข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง โครงการนี้ใช้เวลาศึกษา 7 เดือน คาดว่าจะเริ่มออกใบอนุญาตฯ ได้ในปี 67

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับใบอนุญาต แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง ปัจจุบันมีไม่เกิน 10 ราย โดยใบอนุญาตมีอายุเท่ากับอายุสัมปทานที่ผู้ประกอบการได้รับ, 2.ใบอนุญาตสำหรับผู้ประจำหน้าที่ อาทิ พนักงานขับรถไฟ/รถไฟฟ้า/รถไฟความเร็วสูง และพนักงานควบคุมการเดินรถ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่รวมประมาณ 2,000 คน โดยใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี และ 3.ใบอนุญาตสำหรับรถขนส่งทางราง ซึ่งผู้ประกอบการต้องนำข้อมูล อาทิ รถไฟ/รถไฟฟ้า/รถราง มีตู้กี่ตู้ มาจดทะเบียนทั้งหมด ปัจจุบันมีประมาณ 10,200 ตู้ โดยใบอนุญาตมีอายุ 8 ปี ทั้งนี้หาก ขร. พบว่าผู้ประกอบการฯ พนักงานขับรถ และรถขนส่งทางราง ไม่มีใบอนุญาต จะมีบทลงโทษทั้งจำและปรับ

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า การออกใบอนุญาตฯ จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ซึ่งจะยกเว้นให้ 10 ปี โดยจะออกให้อัตโนมัติในครั้งแรก จากนั้นหารือกันอีกครั้งว่าจะเก็บหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้เข้าใจดีว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นภาระแก่ผู้ประกอบการ และพนักงานผู้ปฏิบัติงาน ที่ต้องส่งข้อมูลต่างๆ ให้ ขร. ตรวจสอบเมื่อใบอนุญาตหมดอายุ และต้องต่ออายุใหม่ อาทิ ผลการตรวจตาบอดสี สุขภาพจิต สมรรถนะทางการได้ยิน และผลตรวจสารเสพติด เป็นต้น แต่ ขร. ต้องดำเนินการ เพราะในอนาคต ระบบขนส่งทางรางจะเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น ทำให้จะมีขบวนรถ เจ้าหน้าที่ และอาจมีผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการควบคุม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีการบริการที่ดี และเกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า ขร. จะดำเนินการออกใบอนุญาตภายใน 90 วัน เมื่อร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางรางมีผลบังคับใช้ ซึ่ง ขร. พร้อมดำเนินการทันที แต่ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าว คงต้องรอการพิจารณาภายหลังจากที่มีการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้วเสร็จ เพราะวันที่ 28 ก.พ. 66 เป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ครั้งสุดท้ายแล้ว และยังไม่ได้มีการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้คาดว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ภายในเดือน ส.ค. 66 จากนั้น ขร. จะดำเนินการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เพื่อร้องขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กลับมาพิจารณาต่ออีกครั้ง ภายใน 60 วัน หรือภายในเดือน ส.ค.-ก.ย. 66 อย่างไรก็ตามการที่ร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางราง ยังไม่มีผลบังคับใช้ นอกจากจะส่งผลให้ยังไม่สามารถออกใบอนุญาตฯ ได้แล้ว ยังมีเรื่องต่างๆ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วย อาทิ การควบคุมราคาค่าโดยสาร เป็นต้น



