ส่วนเกณฑ์การพิจารณาตัดสิน ประเภทสถาปนิก ประกอบด้วย 1.เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและง่ายต่อการดูแลรักษา 2.ความน่าสนใจของเนื้อหาสาระ แนวคิดในการออกแบบ และ 3. ความปลอดภัยในการใช้งานและความเหมาะสมของกิจกรรมในแต่ละช่วงวัย ตลอดจน Universal Design  ประเภทนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ประกอบด้วย 1. ความหลากหลายและยืดหยุ่นในการนำไปปรับใช้กับลานกีฬาขนาดอื่น ๆ ได้ 2. ความน่าสนใจของเนื้อหาสาระ แนวคิดในการออกแบบ และ 3. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและง่ายต่อการดูแลรักษา

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานแถลงข่าวพัฒนาลานกีฬานำร่อง “ลานกีฬาเพื่อทุกคน” โดยมี นายสิงห์ ลิ้มพิรัตน์ รอง ผอ.สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว (สวท.) น.ส.ขวัญชนก คงโชคสมัย ภูมิสถาปนิก ผู้แทนจาก we!park นายชนะ สัมพลัง นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายสุเมธ ฐิตาริยกุล ประธานกรรมการจัดกิจกรรมประกวดแบบลานกีฬาเพื่อทุกคน ร่วมแถลงข่าว

กรุงเทพมหานครมีนโยบายการพัฒนาลานกีฬา 1 เขต 1 ลาน, นโยบายการพัฒนาลานกีฬา 180 แห่ง 180 ชุมชน และนโยบายการพัฒนาลานกีฬานำร่อง เพื่อเป็นต้นแบบของลานกีฬา โดยการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนตลอดจนองค์กรต่าง ๆ ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพลานกีฬาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกายภาพ การบริหารจัดการ การจัดกิจกรรม การส่งเสริมความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้มีมาตรฐานสำหรับการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย และการพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ตามความต้องการของชุมชน และเป็น “ลานกีฬาเพื่อทุกคน”

นายศานนท์ กล่าวว่า เรื่องลานกีฬาเป็นเรื่องที่ได้เริ่มประชุมเพื่อดำเนินการ ตั้งแต่ประมาณเดือน ส.ค. 65 ด้วยเล็งเห็นว่าลานกีฬาเปรียบเสมือนกับ “เส้นเลือดฝอย” ในพื้นที่ชุมชนที่แท้จริง และทุกลานกีฬาจะอยู่ใกล้กับผู้ใช้งานเสมอ เช่น ใต้สะพาน ใต้ทางด่วน สวนสาธารณะ และเขตพื้นที่โรงเรียน เป็นต้น แต่ละลานกีฬาก็จะมีผู้ใช้งานและช่วงเวลาเปิด-ปิดที่แตกต่างออกไป ซึ่งทุกลานกีฬาล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น จึงเป็นที่มาของนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องการให้มีพื้นที่ลานกีฬาในทุกแขวง และต้องมีการพัฒนาปรับปรุงให้เร็วที่สุด

กทม.จึงได้มีการจัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ. 2567 มีโครงการปรับปรุงลานกีฬาจำนวน 180 แห่ง แต่นอกจากรองบประมาณรัฐ หัวใจสำคัญในการพัฒนาลานกีฬา คือ การร่วมไม้ร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ในการพัฒนาให้เป็น “ลานกีฬาเพื่อทุกคน” จึงมีสิ่งที่ต้องคำนึง คือ มิติของงบประมาณที่ต้องร่วมมือกับทางภาคเอกชน มิติของการออกแบบที่ต้องเข้าถึงผู้ใช้งาน และมิติของผู้ใช้งานที่ต้องคำนึงถึงความต้องการในการใช้ลานกีฬาด้วย  

นอกจากนี้ กทม.ยังได้จัดสรรอาสาสมัครลานกีฬา เพื่อช่วยดูแลทุกลานกีฬาในพื้นที่กรุงเทพฯ และประสานงานระหว่างลานกีฬากับหน่วยงานต่าง ๆ ในการส่งเสริมกิจกรรมกีฬา รวมถึงรับทราบปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขอย่างตรงจุดอีกด้วย

ด้าน นายสิงห์ กล่าวว่า สวท. เป็นผู้ที่ดูแลในเรื่องของลานกีฬา ซึ่งเดิม กทม.มีลานกีฬา 1,034 แห่ง แต่ปัจจุบันได้มีการปรับลดจำนวนลง เพราะบางพื้นที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น โดยคงเหลือลานกีฬาจำนวน 967 แห่ง สำหรับนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. มุ่งพัฒนาพื้นที่ลานกีฬา ให้เป็นลานกีฬาสำหรับเยาวชน และประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ เป็นลานกีฬาต้านยาเสพติด และเป็นลานกีฬาที่สร้างกิจกรรมร่วมกันสำหรับคนในชุมชน โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ we!park และภาคีเครือข่ายในการร่วมพัฒนาลานกีฬานำร่อง จำนวน 12 แห่ง

นอกจากนี้ สวท.ยังได้มีการอบรมผู้นำกิจกรรม เช่น การเต้นแอโรบิก หรือการอบรมหารือกับนายกสโมสรกีฬาจาก 50 สำนักงานเขต เพื่อนำความรู้ไปสร้างประโยชน์ในพื้นที่ และในเดือน มี.ค. 66 จะจัดอบรมอาสาสมัครลานกีฬาที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งในการส่งเสริมพัฒนาลานกีฬาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชน

ด้าน นายสุเมธ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมประกวดแบบลานกีฬาเพื่อทุกคนว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย และผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน โดยกำหนดพื้นที่ 2 แห่ง เป็นโจทย์ในการประกวด คือ ลานกีฬาโครงการบ้านเอื้ออาทร เขตบึงกุ่ม ซึ่งมีพื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน 25 ตารางวา และลานกีฬาชุมชนร่มเย็น เขตบางแค ซึ่งมีพื้นที่ 2.65 ไร่

สำหรับคุณสมบัติของผู้ส่งผลงานแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทสถาปนิก (ส่งผลงานแบบกลุ่ม โดยต้องประกอบด้วยสถาปนิก 1 ท่าน และภูมิสภาปนิก 1 ท่าน เป็นอย่างน้อย) และ 2.ประเภทนักเรียน นักศึกษา (ไม่จำกัดชั้นปี) และประชาชนทั่วไป (สามารถส่งผลงานได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม) โดยผู้เข้าประกวดแบบจะต้องนำเสนอแนวความคิดในการออกแบบพัฒนาลานกีฬาเพื่อเป็น ต้นแบบลานกีฬาที่มีความเหมาะสม โดยจะต้องเสนอแนวทางในการนำไปปรับใช้กับลานกีฬาอื่น ๆ ที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพมหานครด้วย

สำหรับผู้ชนะการประกวด ประเภทสถาปนิก รางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 120,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ส่วนรางวัลชมเชย 4 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และ 2. ประเภทนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 60,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ส่วนรางวัลชมเชย 4 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 มี.ค. 66 โดยจะประกาศผลการคัดเลือกรอบที่ 1 ในวันที่ 6 เม.ย. 66 ทั้งนี้ ผู้เข้ารอบที่ 1 จะต้องนำเสนอผลงานในวันที่ 12 เม.ย. 66 โดยจะประกาศผลการคัดเลือกในวันที่ 18 เม.ย. 66 สำหรับผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกนำไปจัดแสดงในงานสถาปนิก’ 66 ระหว่างวันที่ 25-30 เม.ย. 66 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

และในส่วนของผลงานที่ประกวดทั้งหมด สมาคมสถาปนิกสยามฯ จะส่งมอบให้กับทาง กทม. เพื่อเผยแพร่ให้ทางชุมชนต่าง ๆ ได้รับทราบ และเพื่อเป็นต้นแบบหรือทางเลือกสำหรับการพัฒนาลานกีฬาในชุมชนต่อไป จากนั้น ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2566 จะเป็นการลงพื้นที่เพื่อพัฒนาแบบร่วมกับผู้ใช้งานในพื้นที่ (ประเภทสถาปนิก) ติดตามรายละเอียดและสมัครประกวดได้ที่ http://www.asa.or.th.