แดเนียล มิลเลอร์ อดีตอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้ซึ่งเคยโดนนิตยสารนิวยอร์ก แมกกาซีน เปิดโปงกรณีต้มตุ๋นหลายครั้งเมื่อปีที่แล้ว ปรากฏตัวต่อหน้าศาลรัฐบาลกลางในบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตต์ ผ่านช่องทางวิดีโอคอลจากเรือนจำที่เธอโดนคุมขังอยู่ และสารภาพผิดในข้อหาฉ้อโกงธนาคาร และขโมยอัตลักษณ์ส่วนบุคคลเพื่อก่อความเสียหาย

มิลเลอร์ วัย 33 ปี ยอมตกลงเงื่อนไขกับทีมอัยการรัฐ ซึ่งทำให้เธอต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวน 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 45.6 ล้านบาท) และรับโทษจำคุก 6 ปี โดยมีโทษจำนวน 16 เดือน ที่อาจทับซ้อนกับโทษจำคุก 5 ปี ที่ได้รับเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ในคดีฉ้อโกงธนาคารฟลอริดา เริ่มนับกำหนดโทษตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. ปีที่แล้ว

ทีมอัยการรัฐ กล่าวว่า มิลเลอร์ ใช้ข้อมูลส่วนตัวและอัตลักษณ์ของบุคคลอื่น ๆ มากกว่า 10 คน เพื่อเปิดบัญชีปลอมและรับเงินกู้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 35 ล้านบาท จากโครงการเงินช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กที่ประสบปัญหาจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดของรัฐบาลกลาง จากนั้น เธอก็นำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและซื้อสินค้าแบรนด์เนม เช่น นาฬิกาโรเล็กซ์, กระเป๋าหลุยส์วิตตอง และรองเท้าดิออร์ นอกจากนี้ เธอยังถ่ายภาพตัวเองขณะเข้าไปใช้บริการของโรงแรมสุดหรูหลายแห่งในแคลิฟอร์เนีย และนำมาโพสต์ลงในอินสตาแกรม

เดิมที มิลเลอร์ เป็นชาวนิวยอร์ก เธอเป็นบุตรสาวของประธานสมาคมเนติบัณฑิตยสภาของนิวยอร์ก เธอจบการศึกษาจากโรงเรียนฮอเรซ มานน์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนสำหรับชนชั้นสูงในนิวยอร์ก 

มิลเลอร์ โดนจับกุมในเดือน พ.ค. 2564 ที่อพาร์ตเมนต์หรูหราแห่งหนึ่งในไมอามี ซึ่งเธอเข้าพักอยู่ในระหว่างที่เกิดสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด และต้องขึ้นศาลในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์

คดีของ มิลเลอร์ เป็นหนึ่งในคดีตัวอย่างของกรณีฉ้อโกงทรัพย์ซึ่งเกิดขึ้นในวงกว้าง เมื่อรัฐบาลกลางเร่งรีบจ่ายเงินงบประมาณมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 175 ล้านล้านบาท) เพื่อเป็นกองทุนช่วยเหลือประชาชน ธุรกิจขนาดเล็กและรัฐบาลท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบทางการเงินจากสถานการณ์โรคระบาด

กรมบัญชีกลางของสหรัฐรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยมากกว่า 1,000 รายที่โดนจับกุมและตั้งข้อหาฉ้อโกงจากโครงการเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ระบาดนี้ และประธานาธิบดีไบเดน มีแผนการที่จะขอให้รัฐสภาสหรัฐอนุมัติเงินงบประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 56,077 ล้านบาท) เพื่อใช้ในการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีฉ้อโกงทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว

เครดิตภาพ : REUTERS, Instagram / thedaniellenicolemiller