ประธานาธิบดี ยุน ซ็อก-ย็อล แห่งเกาหลีใต้ กำลังพิจารณาร่างเสนอกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ชั่วโมงทำงานสูงสุดเพิ่มจากเดิมที่กำหนดให้ไม่เกิน 52 ชม.ต่อสัปดาห์ เป็น 69 ชม. ต่อสัปดาห์
ฝ่ายที่นำเสนอร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2566 คือ กระทรวงแรงงานซึ่งเป็นของพรรคอนุรักษ์นิยม เนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับการเผยแพร่ให้สาธารณชนรับรู้ จนกว่าจะส่งผ่านไปยังรัฐสภาเกาหลีใต้เพื่อพิจารณาอนุมัติในเดือนก.ค. ที่จะถึงนี้
ตั้งแต่มีการประกาศร่างกฎหมายนี้ออกมา รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องเผชิญหน้ากับเสียงวิจารณ์ที่ไม่เห็นด้วยอย่างดุเดือด โดยเฉพาะจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเจเนอเรชัน Z ซึ่งในเกาหลีใต้เรียกว่ากลุ่ม ‘MZ’ และพรรคการเมืองกลุ่มเสรีนิยมซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม นำมาซึ่งคำสั่งจากประธานาธิบดียุนให้ทบทวนร่างกฎหมายนี้เสียใหม่
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีตัวแทนสหภาพแรงงาน 8 แห่งในฐานะตัวแทนของกลุ่ม MZ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับร่างกฎหมายใหม่นี้ โดยกล่าวหาว่าเป็นร่างกฎหมายที่ขัดขวางการผลักดันในระดับนานาชาติเพื่อชีวิตการทำงานที่ดีขึ้นของลูกจ้างทั่วโลก
ประเทศเกาหลีใต้มีเพดานชั่วโมงการทำงานสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของกลุ่มประเทศที่อยู่ในองค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิน (OECD) โดยมีข้อมูลการทำงานของพนักงานในประเทศโดยเฉลี่ยที่ 1,915 ชม. ต่อปี ขณะที่ค่าเฉลี่ยโดยรวมของ OECD อยู่ที่ 1,716 ชม. ต่อปี
ตามการประเมินของ OECD อัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงของเกาหลีใต้ ซึ่งกลายเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในโลกไปแล้วนั้น เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการทำงานที่เรียกร้องจากพนักงานสูงมาก พร้อมด้วยอัตราการฆ่าตัวตาย 24.1 คนต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งทำให้เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงที่สุดในโลก
แม้จะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบจากสาธารณชน นายกรัฐมนตรี ฮัน ด็อก-ซู ยังคงยืนกรานว่า สาระสำคัญของการปรับระบบครั้งนี้ก็คือการเปิดช่องให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันตกลงเรื่องชั่วโมงการทำงานที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย เขายังย้ำว่าฝ่ายรัฐบาลจะทุ่มเทเพื่อสร้างความมั่นใจว่ากลุ่มนายจ้างจะปฏิบัติตามกฎหมายและแก้ไขปัญหาใหญ่ ๆ อย่างจริงจัง เช่น ปัญหาการไม่ยอมจ่ายเงินค่าทำงานล่วงเวลา, การจ่ายค่าจ้างล่าช้าและบกพร่องในการดูแลสิทธิประกันสุขภาพของลูกจ้าง
แหล่งข่าว : nextshark.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



