วันนี้ (16 มี.ค.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แล้ว และจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. เป็นต้นไป  ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญ ที่รัฐออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ และปัญหาอาชกรรมทางออนไลน์ทั้งหมด ทำให้ปัญหาจะลดลงอย่างแน่นอนหลังจากนี้

“หลังจากนี้หากประชาชนถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ให้รีบแจ้งไปที่ธนาคารโดยตรง เพื่อที่ธนาคารจะได้ระงับบัญชี ไม่ให้เงินถูกโอนออกไปเป็นทอดๆ ซึ่งหลังจากนี้ ธนาคารจะมีอำนาจระงับบัญชีต้องสงสัยได้ทันที จากเดิมต้องรอไปแจ้งความก่อนถึงจะระงับบัญชีได้”

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนบัญชีม้า และเบอร์มือถือม้า ที่รับจ้างเปิดให้คนร้ายนำไปใช้หลอกลวงประชาชน หลังจากนี้จะมีความผิดทางกฎหมาย มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท ดังนั้นประชาชนที่กำลังทำความผิด ให้ไปแจ้งยกเลิกบัญชีผิดกฎหมายเหล่านี้โดยด่วน เพราะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายนี้ ได้ไม่คุ้มเสีย รับจ้างได้เงินเพียง 500-2,000 บาท แต่ต้องมาโดนปรับ 300,000 บาท และจำคุกอีก 3 ปี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงมาตรการขั้นต้น ซึ่งสัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรี จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพิ่มเติม ให้ครอบคลุมความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วย

“ผมขอเตือนพี่น้องประชาชนที่ไปรับจ้างเปิดบัญชีม้า หรือเอาเบอร์มือถือไปให้คนร้ายใช้ ให้รีบไปยกเลิกสิ่งเหล่านี้ เพราะมีความผิด และได้ไม่คุ้มเสียรับจ้าง ได้เงินเพียง 500-2,000 บาท แต่ต้องมาโดนปรับ 300,000บาท และจำคุกอีก 3 ปี” นายชัยวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุม World Summit on the Information Society Forum 2023 นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ยังได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ช่วยกั ร้องเรียนแจ้งเบาะแส  ทำให้สังคมตื่นตัว สามารถรับมือกับปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ได้มากขึ้น และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลง แต่ยังคงมีรูปแบบการหลอกลวงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทรวงดีอีเอส จะร่วมมือกับหน่วยงานเฝ้าระวัง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีความมั่นคง และมีความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างสูงสุด