สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เรียกร้องสหภาพยุโรป ( อียู ) เพิ่มการมอบความสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่รัฐบาลเคียฟ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินขับไล่ และระบบขีปนาวุธโจมตีแบบพิสัยไกล โดยให้เหตุผลว่า “ยิ่งช้ายิ่งเท่ากับเป็นการยื้อสงคราม” เนื่องจากจะเป็นการเอื้อประโยชน์ด้านระยะเวลาให้แก่รัสเซีย ในการเสริมกำลังพลและสรรพาวุธ


ขณะเดียวกัน เซเลนสกี เรียกร้องอียูยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียอีก และเร่งเร้าการเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลเคียฟ ในการเข้าสู่การเป็นสมาชิกใหม่ของอียูด้วย อย่างไรก็ดี ผู้นำยูเครน กล่าวขอบคุณโปแลนด์ และสโลวาเกีย ซึ่งเป็นสมาชิกอียูและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) สองประเทศแรก ซึ่งมอบความสนับสนุนด้านเครื่องบินรบ “มิก-29” ให้แก่กองทัพยูเครน และเป็นเครื่องบินรบที่ทหารยูเครนคุ้นเคยดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรับการฝึกฝนเพิ่ม


การเรียกร้องดังกล่าวของ เซเลนสกี เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังการลงพื้นที่เมืองบัคมุต ขณะที่ นายเยเฟเกนี พริโกซิน ผู้บัญชาการของกองกำลังทหารรับจ้างข้ามชาติ “วากเนอร์” ซึ่งให้การสนับสนุนต่อทหารรัสเซียในสมรภูมิยูเครน ประกาศว่า สามารถควบคุมพื้นที่ในเมืองบัคมุต ที่กำลังเป็นศูนย์กลางของการสู้รบในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน “ได้แล้ว 70%”.

เครดิตภาพ : REUTERS