สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า จนตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันยังไม่เคยแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่า ติ๊กต็อก “เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐ” ในทางกลับกัน รัฐบาลวอชิงตันกลับยังคงกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย และบีบบังคับติ๊กต็อกอย่างไม่เป็นธรรม จีนขอเรียกร้องให้สหรัฐ มีความเคารพต่อระบบเศรษฐกิจแบบตลาด และหลักการแข่งขันที่เป็นธรรมให้มากกว่านี้
#FMsays The US government has not provided any evidence that TikTok threatens US national security, but has time and again cracked down on the company with the presumption of guilt, FM spokeswoman Mao Ning said, after the company's CEO testified in front of the US Congress. pic.twitter.com/4Z4d3eoU4i
— China Daily (@ChinaDaily) March 24, 2023
ในวันเดียวกัน นางซู่ จูถิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน แถลงว่า การขายหรือการถอนทุนออกจากติ๊กต็อก เกี่ยวข้องกับการส่งออกทางเทคโนโลยี ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต ตามกฎหมายของจีน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลปักกิ่ง ต้องเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้
CEO Shou Zi Chew's testimony before Congress did little to assuage worries over TikTok's China-based parent company ByteDance and added fresh momentum to lawmakers' calls to ban the platform nationwide https://t.co/fj8wZbEO23 pic.twitter.com/hJtMErSGdp
— Reuters (@Reuters) March 24, 2023
ขณะเดียวกัน การบีบบังคับให้มีการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐ จะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากทั่วโลกอย่างร้ายแรง รวมถึงนักลงทุนจากจีนด้วย ที่จะลงทุนในสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลปักกิ่ง “คัดค้านอย่างถึงที่สุด”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลปักกิ่ง เรียกได้ว่า เป็นการตอบสนองโดยตรงอย่างเป็นทางการครั้งแรก ต่อความพยายามของสหรัฐ ที่จะแบนติ๊กต็อกจากการใช้งานภายในประเทศ และเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังนายโซ่ว จื่อ โจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของติ๊กต็อก เข้าพบคณะกรรมาธิการด้านพลังงานและการพาณิชย์ ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายโจว เน้นย้ำหลายครั้งตลอดระยะเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ของการถูกซักฟอกว่า ติ๊กต็อก “เป็นบริษัทเอกชน” ซึ่งพัฒนา “แอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิงทั่วไป” พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ใช่เจ้าของติ๊กต็อก ไม่เคยขอข้อมูลจากติ๊กต็อก และติ๊กต็อกไม่เคยส่งมอบข้อมูลให้แก่ทางการจีนด้วย พร้อมทั้งยืนยัน “ความปลอดภัยระดับสูงสุด” ให้กับการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานในสหรัฐ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



