สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า จากกรณีบริษัท วอลต์ ดิสนีย์ ประกาศเมื่อต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับมาตรการ “ปรับโครงสร้างองค์กร” ด้วยการทยอยเลิกจ้างพนักงาน 7,000 ตำแหน่งทั่วโลก โดยให้เหตุผลว่า จะช่วยให้บริษัทสามารถประหยัดงบประมาณได้ราว 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 188,925 ล้านบาท )
ดิสนีย์ ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมเมื่อวันจันทร์ ยืนยันการเริ่มปลดพนักงานตามแผนการดังกล่าว โดยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ดิสนีย์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์, ดิสนีย์ ปาร์คส, เอ็กซพีเรียนซ์ แอนด์ โปรดักส์ และฝ่ายบริหารภายในองค์กร แม้อีเอสพีเอ็น ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์เคเบิลกีฬารายใหญ่ของสหรัฐ และอีเอสพีเอ็นถือหุ้นใหญ่ จะยังไม่ได้รับผลกระทบในรอบนี้ แต่มีความเป็นไปได้สูง ว่าจะต้องเผชิญกับการประกาศเลิกจ้าง ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต
Walt Disney Co begins 7,000 layoffs https://t.co/hwAGK5hzdu pic.twitter.com/PzUWAUI3pM
— Reuters (@Reuters) March 27, 2023
ทั้งนี้ ดิสนีย์ ยังปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียดของการเลิกจ้างรอบนี้ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อว่า การเลิกจ้างครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นและเสร็จสิ้นก่อนการประชุมประจำปีของผู้ถือหุ้น ในวันที่ 3 เม.ย. ที่จะถึง
ปัจจุบัน ดิสนีย์ มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 190,000 คน จากจำนวนดังกล่าว 80% เป็นพนักงานประจำ ขณะที่การประกาศมาตรการเลิกจ้างพนักงานเกิดขึ้น หลังการเปิดเผยสถิติผู้ใช้งาน “ดิสนีย์ พลัส” บริการสตรีมมิ่งซึ่งตอนนี้ถือเป็นคู่แข่งของเน็ตฟลิกซ์ มีจำนวนบัญชีผู้ใช้งานลดลง 1% อยู่ที่ 161.8 ล้านบัญชี จนถึงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ปีที่แล้ว
สำหรับความเคลื่อนไหวของดิสนีย์ในครั้งนี้ เป็นการปรับโครงสร้างครั้งที่สามในรอบ 5 ปี หรือต่อจากปี 2561 และ 2563 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการแข่งขันในตลาดสตรีมมิ่ง ส่วนการปลดพนักงานครั้งใหญ่ของดิสนีย์ก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 โดยเป็นการเลิกจ้าง 32,000 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานตามสวนสนุกหลายแห่งในโลก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



