นับเป็นการสูญเสียอีกครั้งของวงการบันเทิงไทย เมื่อ ถนอม สามโทน หรือ วิทยา เจตะภัย ศิลปินและนักแสดง เจ้าของเพลง “เจ้าภาพจงเจริญ” ได้ถูกโรคร้าย “มะเร็งตับ” พรากชีวิตไปในวัย 63 ปี ทิ้งไว้เพียงผลงานและสิ่งดี ๆ ที่เจ้าตัวได้ทำไว้ให้กับครอบครัวและเพื่อนพ้อง รวมทั้งแฟน ๆ บนโลกใบนี้

ถึงแม้ตัวถนอมจะจากไป แต่ว่าความทรงจำที่เพื่อนพ้องและครอบครัวที่มีต่อ ถนอม สามโทน นั้นยังคงชัดเจน เพื่อเป็นการรำลึกถึงศิลปินและนักแสดง ที่มอบความสุขให้กับแฟน ๆ ผ่านผลงานเพลงและงานแสดงมากมาย วันนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” ขอพาทุกคนไปเปิดกล่องความทรงจำของ 3 บุคคลที่ใกล้ชิดกับ ถนอม ทั้ง จุ๋ม-สุกัญญา เจตะภัย ภรรยาคู่ทุกข์ยาก ที่เคียงข้างกันจนลมหายใจสุดท้าย รวมถึง บุ๋มบิ๋ม-สุธีรัชย์ ชาญนุกูล และ ธงชัย ประสงค์สันติ เพื่อนร่วมวง “สามโทน” ที่ผ่านทุกช่วงชีวิตในวงการ พร้อมยืนยันมิตรภาพที่จะคงอยู่ไปนิรันดร์

จุ๋ม ภรรยา ได้เล่าให้ฟังถึงความเป็นนักสู้ของสามี ในการรักษา “โรคมะเร็ง” ให้ฟังว่า “สำหรับการรักษาพี่ถนอม ก็มีให้คีโมครบหมด ทั้งฉายแสงและคีโม พี่เขาไม่มีเอฟเฟกต์ใด ๆ ทั้งสิ้น แข็งแรง ไม่เจ็บเลย ไม่แพ้เลย ให้เสร็จสามารถขับรถไปทำงานได้ปกติ โดยหลังการให้คีโมก้อนเนื้อก็ยุบลง ตอบสนองดี มันสงบ ไม่ได้ลุกลาม ซึ่งโรคมะเร็งนี้เจอตอนเดือน พ.ค. ปี 65 และรักษาครั้งแรกตั้งแต่ มิ.ย. 65 จนถึง ม.ค. 66 คือครบคอร์ส ในช่วงนั้นยังทำงานได้ ไปเที่ยวได้

“พี่เขาเข้มแข็งและสู้ ทำทุกอย่างให้หายเพียงอย่างเดียว ทั้งออกกำลังกาย เรื่องอาหาร ไม่เคยอ่อนแอให้เห็น” ก่อนที่ ภรรยาสุดที่รัก จะทิ้งท้ายว่า “พี่เขาคือที่สุดแล้ว ภูมิใจที่ได้มาเป็นคู่ชีวิต ดูแลกันจนถึงวินาทีสุดท้าย…”

ขณะที่ ธงชัย เพื่อนร่วมวง ได้เล่าให้ฟังว่า “เราจะมีในกลุ่มไลน์ ‘สามโทน’ อยู่ มีบุ๋มบิ๋มและธงชัยส่งข่าว ก็ดูแลกันไป จนมาถึงวันที่ทุกคนทราบ คือวันที่ 30 มี.ค. เวลา 00.20 น. ที่ถนอมจากไป ซึ่งวันที่ 11 ส.ค. ปีนี้ ถนอมก็จะอายุ 63 ปีพอดี ตามข่าวจากไปด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อวานผมไปเยี่ยม หน้าตายังดูเต่งตึงตลอดเวลา แต่ยังอยู่ในเครื่องช่วยหายใจ ที่ผ่านมา ผมกับบุ๋มบิ๋มรับรู้ตลอดเวลาว่า ทำคีโมกี่ครั้ง ฉายแสงเท่าไหร่ เราดูตัวเลขก็คิดว่าถนอมสู้มาก ไม่มีเอฟเฟกต์อะไรเลย ที่ผ่านมา การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี ก็มีความหวังว่าเขาจะหายดี

ส่วนเรื่องคำสั่งเสียที่ผมรู้สึก คือวันที่บุ๋มบิ๋มโทรฯ มาบอกว่า ถนอมอยากได้กำลังใจ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งหลังบุ๋มบิ๋มโทรฯ ไป เขาก็หัวเราะ แต่พอมาคุยกับผมก็อีกแบบ เขาอยากได้กำลังใจ ผมก็บอกให้อดทนเอา มันเจ็บปวดตรงไหนก็ใช้ลมหายใจ เหมือนพุทโธ ร่างกายเราก็ใช้มาเยอะแล้ว เราเจ็บตรงไหนก็เอาลมหายใจไปตรงนั้น แล้วแผ่ให้เขาไปเลย นึกใจในคืออยากให้เขาบวช ถ้าเขาหาย จะได้ทำบุญกับก้อนเนื้อร้ายนั้นไปพร้อม ๆ กันเลย จะมีวาสนาอยู่อีกสักกี่ปี ก็บอกก้อนเนื้อร้าย ให้อยู่ทำบุญด้วยกัน แต่ขอให้หาย แต่เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ไปหาคุณจุ๋ม สิ่งที่ตนแปลกใจ คือถนอมบอกกับภรรยาว่าอยากบวช ผมดีใจมากเลย คิดจะบวชก็ดีแล้ว พวกเราจะได้ใส่บาตร พูดคุยได้ ยังแซว เดี๋ยวหาวัดทางเหนือให้ บีบตัวเขายังเหมือนคนปกติมาก รู้ว่าถนอมป่วยจากภรรยาของเขา และเราก็ให้กำลังใจตลอดเวลา และเคารพในการรักษาของเขา ไม่ไปก้าวก่าย รอว่าถนอมจะบอกเมื่อไหร่ดีกว่า เราไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น

ธงชัย พูดพร้อมเสียงที่สั่นเครือว่า “มีหลายงานติดต่อเข้ามา เราก็บอกให้ถนอมเป็นคนคนตัดสินใจ เพราะประโยคหนึ่ง ที่เราเริ่มเข้าใจ คือ เขาบอกว่าไม่ค่อยมั่นใจไปยืนด้วยกันแล้วร้องเพลง” ก่อนเปิดใจอีกว่า เราก็เป็นเพื่อนกับถนอมมามากกว่าครึ่งชีวิต “สามโทน” ก็สามสิบกว่าปีแล้ว บุ๋มบิ๋ม อยู่คีตาฯ เป็นโปรดิวเซอร์และผู้กำกับให้พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ทำรายการ ธงชัย เป็นเอ็กซ์ตรา ตัวประกอบคนหนึ่ง ถนอมเอาเพลงมาขาย นั่งอยู่นั่งคีตาด้วยกัน มาเจอกัน

“เรามีทุกจังหวะชีวิตที่เผชิญด้วยกัน ก็ขอเพื่อนถนอมไปสู่สวรรค์ ไปสู่ภพภูมิที่ปารถนา วันนี้ผมมาเห็นเขา ก็รู้สึกว่าเขาสะอาด สมบูรณ์มากทั้งภายนอกและจิตใจของเขา เพื่อนได้ทำทุกอย่างสมบูรณ์เต็มที่แล้ว…” ธงชัย ได้พูดส่งเพื่อนรัก

ส่วน บุ๋มบิ๋ม ก็ได้เผยความรู้สึกว่า “ร่างกายถนอมก็ปกติ ยังสามารถไปทำงานได้ ถ่ายละครได้ ออกกำลังกายได้ ดูสดใส เมื่อวันที่ 27 มี.ค. โทรฯ หาเขา เราก็ยังได้คุยกันอยู่ เขาบอกว่าอยากได้กำลังใจ ก็บอกว่าผมคิดถึง อยากไปกอดและหอมแก้มเขา ยังขำ ๆ ต่อมาก็จากไป รู้สึกช็อก เพราะกะทันหันพอสมควร เราไม่นึกว่าเขาจะจากไปเร็วขนาดนี้ ความหวังของเราทั้งหมด คืออยากเห็นเขาลุก ตื่นลืมตาขึ้นมา พูดคุยกับเรา นั่นคือความหวังของเรา แต่เขาก็จากไปโดยสงบ ไม่มีอาการเจ็บปวด ทุรนทุรายใด ๆ ตนไม่ได้อยู่เฝ้าถึงวินาทีสุดท้าย แต่ภรรยาเป็นคนเฝ้า จะรู้อาการทั้งหมด เราไม่ได้รู้สึกว่าเขาป่วยด้วยโรคร้ายใด ๆ เลย เพราะเขายังดูแข็งแรง ไม่มีวี่แววความอ่อนแอปรากฏให้เห็น ด้วยจากภาวะโรคร้ายของเขา มันมีผลต่อสภาพจิตใจมาก มันบั่นทอน สุขภาพจิตต้องเข้มแข็ง และถนอมอยู่ในเกณฑ์ที่เข้มแข็งคนหนึ่ง พอมีบางช่วงเป็นธรรมดาของคน ที่กังวลว่า ชีวิตของตัวเองจะจากไป ทุกคนอยากมีชีวิตอยู่กับคนที่รัก ไม่อยากจากไป”


บุ๋มบิ๋ม ยังได้เผยสิ่งที่ได้เรียนรู้จากถนอม ว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมได้สัมผัสกับถนอม จนถึงจังหวะสุดท้ายของชีวิตเลยก็คือ เขาไม่ได้สร้างห่วง สร้างภาระให้คนรอบข้างเขาเลย แม้กระทั่งกองถ่ายละคร เขาก็ไปถ่ายจนเสร็จ ปิดคิวของเขาเองได้ทั้งหมดทุกกอง และผมฝากขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังให้ให้เขา และส่งแรงใจให้กับครอบครัว ผมก็ได้เรียนรู้จากการจากไปของเขาว่า วันหนึ่งก็คงไม่ต่างจากเขา ก็พร้อมที่จะจากไปเช่นกัน”



“ในมุมมองของผม ก็คืออยากขอบคุณคุณถนอม ดีใจและภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงาน กับเพื่อนคนนี้ มิตรภาพของเราจะยังคงอยู่ และแฟนทุกคนจะได้เห็นและสัมผัสจากผลงานที่เรามีอยู่บนโลกใบนี้ คิดถึงก็เปิดดู ยิ้มและหัวเราะนั่นคือเรา เรื่องราวความผูกพันของ ‘สามโทน’ มันมีเยอะมากหลายแง่มุม เราเองมาพร้อมกัน จุติพร้อมกันในวงการบันเทิง ทำสิ่งที่รักร่วมกัน มิตรภาพมันเกิดขึ้นงอกงาม พอผ่านเวลาสิ่งเหล่านั้น มันอยู่ในความทรงจำพอสมควร เหตุการณ์ครั้งนี้เราเสียใจ และรู้สึกสูญเสีย และคิดว่า เป็นบทเรียนให้เราว่า การจากไปจะเป็นเช่นไร ทำยังไงให้คนรอบข้างที่ยังอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องเป็นภาระกับเรา สำหรับผมเล้ว ถนอมยังอยู่ในใจเสมอ และผลงานทุกชิ้น ภาพทุกอย่างยังอยู่คงเดิม มิตรภาพคงอยู่นิรันดร์ครับ…” บุ๋มบิ๋ม พูดถึงเพื่อนรัก

ทั้งนี้ ทางญาติจะตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ถนอม สามโทน ที่วัดนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. โดยจะสวดพระอภิธรรม วันที่ 30 มี.ค -2 เม.ย. และทำการฌาปนกิจในวันจันทร์ที่ 3 เม.ย. 2566



