สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เดินทางด้วยเครื่องบินประจำตำแหน่งผู้นำฝรั่งเศส ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง เมื่อวันพุธ เพื่อปฏิบัติภารกิจเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 5-7 เม.ย. นี้ โดยนับเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของมาครง ครั้งแรกในรอบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2562
ทั้งนี้ มาครงพร้อมคณะซึ่งรวมถึง ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งของประเทศรวมประมาณ 50 คน รวมถึง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของแอร์บัส คาดว่าจะมีการเจรจาขั้นสุดท้ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีน เกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบินโดยสาร “ชุดใหญ่” และแน่นอนว่า ผู้นำฝรั่งเศสมุ่งมุ่นการบรรลุข้อตกลง หรืออย่างน้อย “มีความคืบหน้า” ในการเจรจากรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนด้วย
French President Emmanuel Macron arrived in Beijing on Wednesday afternoon for a three-day state visit to China, at the invitation of Chinese President Xi Jinping. #China #France https://t.co/Js9XSM3BOA pic.twitter.com/BtatDijFq2
— CCTV+ (@CCTV_Plus) April 5, 2023
นอกจากนั้น แน่นอนว่าอีกประเด็นสำคัญ คือการที่มาครงมุ่งหวัง “พยายามโน้มน้าว” ให้จีน “ใช้อิทธิพล” ต่อรัสเซีย เพื่อการคลี่คลายวิกฤติการณ์ในยูเครน ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปี “หรืออย่างน้อยที่สุด” คือการป้องกันไม่ให้รัฐบาลปักกิ่งมอบ “ความสนับสนุนทางตรง” ให้แก่รัฐบาลมอสโก

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา จีนเผยแพร่ “กลไกทางการทูต 12 ข้อ” เพื่อเป็นข้อเสนอสร้างสันติภาพในยูเครน อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายตะวันตก เนื่องจากไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัสเซีย “อย่างตรงไปตรงมา”
อนึ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมนำมาครงเยือนเมืองกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ในวันศุกร์ที่ 7 เม.ย. นี้ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และการทูต จากการเป็นเมืองท่าของจีนแห่งแรก ที่ฝรั่งเศสล่องเรือสินค้ามาจอดเทียบท่า เมื่อศตวรรษที่ 17 และเป็นเมืองแห่งแรกในจีน ที่ฝรั่งเศสเปิดสถานกงสุลใหญ่.
เครดิตภาพ : REUTERS



