แม้ว่าจะยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ หรือ ‘เอไอ’ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากนัก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีผู้เริ่มศึกษาและวิจัยจากมหาวิทยาลัยริเวอร์ไซด์แห่งแคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัยอาร์ลิงตันแห่งเทกซัส สหรัฐอเมริกา พยายามชี้ให้เห็นถึงระดับความสิ้นเปลืองของทรัพยากรน้ำในการใช้งานโปรแกรมเอไอ เช่น แชตจีพีที-3 และ แชตจีพีที-4

ในระหว่างที่มีการ ‘ฝึกฝน’ จีพีที-3 ด้วยการป้อนข้อมูลอ้างอิงต่าง ๆ ที่ศูนย์ข้อมูล บริษัทไมโครซอฟท์ได้ทำการประเมินว่า ต้องสิ้นเปลืองน้ำสะอาดเป็นจำนวนสูงถึง 700,000 ลิตร ซึ่งจำนวนนี้ เทียบเท่ากับการสิ้นเปลืองน้ำสะอาดในการผลิตรถเทสลาถึง 320 คัน

เมื่อนำตัวเลขนี้มาเป็นฐาน ก็อาจเทียบได้ว่า แชตจีพีที ต้องการน้ำราว 500 มิลลิลิตร หรือประมาณ 1 ขวดน้ำดื่มมาตรฐาน ต่อการตอบคำถามราว 20-50 ข้อ แม้ตัวเลข 500 มล. จะดูเหมือนไม่มากนัก แต่เมื่อรวมปริมาณน้ำทั้งหมดที่ต้องใช้ในระหว่างที่โปรแกรมตอบสนองผู้ใช้งานซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว ถือว่ามหาศาล

ขณะที่ทางโอเพนเอไอ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมแชตจีพีที ยังไม่มีการแสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ ทางไมโครซอฟท์ก็ประกาศว่า กำลังลงทุนเพื่อวิจัยและวัดปริมาณพลังงานที่ใช้ รวมถึงผลกระทบด้านคาร์บอนฟุตพรินต์ ในระหว่างที่โปรแกรมเอไอปฏิบัติการ เพื่อให้ระบบที่มีขนาดใหญ่โตเหล่านี้ทำงานโดยสิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยลง ทั้งในระหว่างการฝึกฝนและใช้งาน ตลอดจนต้องการลงทุนเพื่อแหล่งพลังงานหมุนเวียนและโครงการอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายของบริษัทที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีการลดขยะให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2030 

โปรแกรมเอไออย่างแชตจีพีทีเวอร์ชั่นต่าง ๆ นั้น จะมีโฮสต์หรือศูนย์ควบคุมอยู่ที่ศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเป็นอาคารเก็บรักษาเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่หลายแห่ง เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จะทำงานโดยการเชื่อมโยงถึงกันและถ่ายทอดข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งจะต้องใช้พลังงานในปริมาณมหาศาลเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้า, ถ่านหิน, นิวเคลียร์หรือก๊าซธรรมชาติ

ในรายงานวิจัยระบุว่า ปริมาณพลังงานส่วนใหญ่จะถูกใช้หมดไปกับกระบวนการเรียนรู้หรือการฝึกฝนเอไอ ซึ่งทำให้เกิดความร้อน จึงต้องมีการใช้น้ำเพื่อรักษาอุณหภูมิของอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ไม่ให้ร้อนเกินไป และจำเป็นต้องใช้น้ำจืดสะอาดเพื่อรักษาระดับความชื้นให้เหมาะสม เนื่องจากน้ำทะเลจะทำให้เกิดการกัดกร่อน ท่อน้ำอุดตันและมีแบคทีเรียปนเปื้อนได้

ยิ่งโปรแกรมเอไอพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีขนาดของโมเดลใหญ่ตามไปด้วย และนำมาซึ่งการสิ้นเปลืองน้ำสะอาดที่ต้องใช้ในกระบวนการเพิ่มขึ้น ในจำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน

คณะวิจัยยังสร้างรูปแบบและมาตรวัดการใช้น้ำสะอาดเพื่อวัดปริมาณการสิ้นเปลืองน้ำในการใช้งานและพัฒนาเอไอของ ‘กูเกิล’ ที่ชื่อว่า แลมดา (LaMDA) เช่นกัน แต่เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใสจากบริษัท จึงไม่อาจประเมินได้อย่างถูกต้อง กระนั้น ทีมงานก็ชี้ว่า น่าจะมีการใช้น้ำสะอาดหลายล้านลิตร ในกระบวนการฝึกฝนเอไอแลมดา

ไม่เพียงปริมาณน้ำสะอาดที่ต้องสิ้นเปลืองไปในระหว่างการใช้งานและพัฒนาเอไอที่น่าเป็นห่วง การสิ้นเปลืองพลังงานและค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ที่เกิดจากการทำงานของเอไอเหล่านี้ ก็เริ่มเป็นเรื่องที่ทำให้นักสิ่งแวดล้อมเกิดความกังวล ทีมงานจึงมุ่งเป้าไปที่การหาทางออก เพื่อให้ได้ระบบเอไอที่ทำงานโดยคำนึงความยั่งยืนของแหล่งทรัพยากรและธรรมชาติในอนาคต

แหล่งข่าว : businessinsider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES