เมื่อวันที่ 18 เม.ย.  ที่ห้องประชุม ชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมระหว่าง ผู้บริหารสำนักพัฒนาสังคม กับ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม 50 สำนักงานเขต ครั้งที่ 1/2566 ว่า วันนี้ในที่ประชุมได้หารือหลายเรื่อง อาทิ การเชื่อมข้อมูลระหว่างสํานักพัฒนาสังคม สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง และสํานักงานเขต ซึ่งจะเห็นว่าเมื่อมีนโยบายลงมา สุดท้ายผู้ปฏิบัติที่ต้องไปเก็บข้อมูลก็คือฝ่ายพัฒนาชุมชนของสำนักงานเขต ซึ่งมีโจทย์ที่จะต้องรวบรวมเก็บข้อมูล แต่สิ่งที่เราทำก็คือให้สำนักพัฒนาสังคมมีฐานข้อมูลกลาง คาดว่าภายในสิ้นเดือน พ.ค. 66 จะได้ข้อมูลครบทั้ง 2,017 ชุมชน ด้านการฝึกอาชีพมอบหมายสำนักพัฒนาสังคมจัดทำเว็บไซต์ฐานกลางเพื่อให้แสดงรายละเอียดผู้ที่ผ่านการอบรมทั้งหมด คล้ายๆ เป็นเยลโล่เพจเจส และทางเขตฯ ทำการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการที่สนใจจ้างงานผู้ที่ผ่านการอบรมทราบต่อไป

สำหรับเรื่องที่อาศัย ให้เก็บข้อมูลเรื่องบ้านพักราคาถูก โดยมอบหมายให้เขตรวบรวมข้อมูลเรื่องการขยายตลาดในรูปแบบ Farmer market ปัจจุบันมีสำนักงานเขตเข้าร่วมแล้ว 45 เขต จัดรวมกับตลาดนัดเขตซึ่งจัดทุกสัปดาห์ โดยแยกเป็นสินค้าออร์แกนิก กับไม่ออร์แกนิกให้ชัดเจน รวมทั้งจัดตลาดภายในสวนสาธารณะ 12 แห่ง โดยสัปดาห์นี้วันที่ 22-23 เม.ย.  จะจัดที่สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง ระหว่างเวลา 05.00-11.00 น. ด้านศูนย์เด็กเล็กปัจจุบันมี 274 แห่ง ซึ่งเกือบทุกชุมชนมีที่พักเด็กเล็กอยู่แล้ว แต่ขนาดอาจจะไม่เหมาะสม ทำให้ไม่สามารถจัดตั้งเป็น ศูนย์เด็กเล็กของ กทม. จึงให้ทำเป็นศูนย์เด็กเล็กขนาดพิเศษที่ กทม.อาจจะสนับสนุนอนาคต แต่ให้เก็บข้อมูลก่อนปัจจุบันได้ข้อมูลมา 31 แห่ง แต่เชื่อว่ามีมากกว่านี้และคาดว่าจะมีเด็กเล็กที่ยังไม่ได้เข้าระบบอีกจำนวนมาก

นายศานนท์ กล่าวต่อว่า เรื่องห้องเรียนปลอดฝุ่น มีการแจกหน้ากากอนามัย และแจกเครื่องกรองฝุ่นฟอกอากาศ 300 เครื่อง ครบทุกศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแล้ว แต่ปัญหาก็คือบางแห่งเป็นห้องเปิดโล่ง ดังนั้น เมื่อแจกเครื่องไปก็ไม่สามารถที่จะกรองฝุ่นได้ จึงมอบหมายสำนักพัฒนาสังคมสำรวจด้านกายภาพ ว่ามีที่ไหนต้องติดแอร์เพิ่ม หรือทำเป็นห้องปลอดฝุ่นเพิ่ม สำหรับเรื่องคนพิการมีการจ้างงานค่อนข้างเยอะแล้ว ปีหน้าเราคาดหวังการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร จำนวน 69 หน่วย หน่วยละ 10 คน รวม 690 คน โดยหัวใจจะมาจากเรื่องการให้เป็นแอดมิน คือทำระบบไลฟ์แชตขึ้นมาให้คนพิการสามารถทำงานที่บ้านได้ ไม่ต้องมาที่สำนักงานเขต เนื่องจากบางคนเขาเดินทางลำบาก นอกจากนี้จะมีระบบสวัสดิการต่างๆ ซึ่งหัวใจก็คือ ให้แอดไลน์โอเอ “กรุงเทพเพื่อทุกคน” หรือ “bangkok for all” แล้วจะได้สวัสดิการต่างๆ ที่เอกชนสนับสนุน

ส่วนเรื่อง food bank ตอนนี้เริ่มไปแล้ว 2 เขต ได้รับความกรุณาจากร้านสะดวกซื้อ อาทิ เซเว่น อีเลฟเว่น เทสโก้ โลตัส ส่งอาหารมาให้ชุมชนคาดว่าจะขยายเป็น 10 เขต ภายในเดือน พ.ค. 66 นี้ และจะขยายให้ครบ 50 เขตต่อไป นอกจากนี้ได้หารือเรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นเหมือนคล้ายๆ บำนาญในอนาคต คือสามารถออมได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี แล้วทางกองทุนจะสมทบเพิ่ม ซึ่งการออมแต่เด็ก ตอนเกษียณจะได้เงินเยอะ พูดง่าย ๆ คือได้เงินสมทบจากรัฐบาลเยอะ ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 58,000 คน ปีนี้มีเป้าหมายจะเพิ่มอีก 50,000 คน ภายในสิ้นปี 2566.