ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่โรงแรมบุษบารีสอร์ท ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลย นายณรงค์ จีนอ่ำ รอง ผวจ.เลย เป็นประธาน เปิดการฝึกอบรมเพิ่มทักษะการแปรรูป และเพิ่มมูลค่าสินค้า เกษตรกรผู้ปลูกแมคคาเดเมีย ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการตลาดสินค้าเกษตร ตามโครงการพัฒนาจังหวัดเลย ปีงบประมาณ 2566 โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย นำกลุ่มเป้าหมายเกษตรกรผู้ปลูกพืชเคี้ยวมัน (แมคคาเดเมียนัท) ในพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย ภูเรือ ด่านซ้าย และนาแห้ว 120 คน เข้าร่วมอบรม

นายฉลอง อินทนนท์ เกษตรจังหวัดเลย กล่าวว่า จ.เลย มีพื้นที่ปลูกแมคคาเดเมียนัท ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ ภูเรือ ด่านซ้าย และนาแห้ว พื้นที่ปลูกประมาณ 2,763 ไร่ ซึ่งเป็นพืชทางเลือกที่มีมูลค่าสูงในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นไม้ยืนต้นที่จะช่วยเพิ่มสีเขียวและรักษาสิ่งแวดล้อมได้ เป็นโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ที่ดีของจังหวัดเลย ได้ดีอีกโครงการหนึ่ง แต่เกษตรกรผู้ปลูกแมคคาเดเมียนัทยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการผลิตให้ได้ผลผลิตที่สูงและมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิดพันธุ์ที่เหมาะสม การปรับปรุงดินและการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม การบริหารจัดการศัตรูพืชและโรคระบาด การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากแมคคาเดเมียนัทเป็นพืชที่มีน้ำมัน ทำให้มีปัญหาอายุการเก็บรักษา

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาเกษตรผู้ผลิตแมคคาเดเมียนัท ให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งด้านการแปรรูปผลผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม จากเศษวัสดุเหลือใช้ของแมคคาเดเมีย การสร้างเครือข่าย การสร้างอัตลักษณ์ของสินค้า ซึ่งมี น.ส.ธารารัตน์ ทองคำ ผู้จัดการไร่ชูจันทร์ อ.ภูเรือ ร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตแมคคาเดเมียนัท ให้ได้มาตรฐานของตลาด ทั้งขนาด และน้ำหนักเมล็ดสมบูรณ์ พร้อมกันนี้ มีการมอบต้นกล้าแมคคาเดเมียนัท ให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมอบรม

ด้าน น.ส.ธารารัตน์ ทองคำ ผู้จัดการไร่ชูจันทร์ อ.ภูเรือ สถานที่รับซื้อผลมะคาเดเมียสด เพื่อส่งเข้าโรงงานบริษัท ทองการ์เดน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและขายขนมขบเคี้ยว ขนมกรุบกรอบ ที่มีชื่อเสียง ทั้งในและต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นความโชคดีที่ทางบริษัท เดินทางมาสำรวจในจังหวัดเลย เมื่อช่วงวิกฤติโควิดเมื่อ 3 ปีก่อน มาเห็นแมคคาเดเมีย ที่ชาวบ้านปลูกกันเกือบทุกหลัง แต่ยังไม่มีโรงงานแปรรูปอย่างจริงจัง ชาวบ้านขายตามแบบตามมีตามเกิด บริษัทฯ เล็งเห็นว่าน่าจะสามารถทำเป็นธุรกิจ ซึ่งทางทองการ์เดน มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน สามารถผลิตและส่งออกเป็นอุตสาหกรรมได้ จึงได้มาซื้อที่ดินที่ ต.สานตม อ.ภูเรือ เพื่อรับซื้อส่งโรงงานที่กรุงเทพฯ ซึ่ง อ.ภูเรือ มีสภาพอากาศและความสูงที่เหมาะสมสำหรับปลูก ทางบริษัทฯ เริ่มรับซื้อเมื่อปีที่แล้ว ครั้งแรกได้จำนวน 100 ตัน และในปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะรับซื้อให้ได้ 10,000 ตัน มีลู่ทางการค้า เพื่อการผลิตและส่งออก โดยทางบริษัทฯ จะรับซื้อด้วยความเหมาะส่ง ไม่เอารัดเอาเปรียบเกษตรกร เพื่อยกระดับและส่งเสริม เกษตรกรชาวภูเรือ ด่านซ้าย และนาแห้ว ให้มีมาตรฐาน สู่การเป็นอยู่ที่ดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต