เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์คลิปวิดีโออ้างว่า เริ่มการจ่ายเงินซื้อเสียงในการเลือกตั้ง และเริ่มเก็บบัตรประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหลายพื้นที่ พร้อมกับชี้เป้าพรรคการเมืองที่ดำเนินการดังกล่าว ว่า กกต. ตั้งศูนย์การข่าวไว้หลายสัปดาห์แล้ว ถ้ามีการรายงานเข้ามา ก็จะให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต.จังหวัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนและหาข้อมูล ซึ่งหากพบว่ามีมูล เราก็รับเป็นเรื่องร้องเรียนและดำเนินการตามระเบียบเข้ามา ส่วนจะต้องให้นายชูวิทย์มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น เราขอดูข้อมูลเบื้องต้นก่อนว่า จะสามารถดำเนินการได้แค่ไหนเพียงไร
ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนขณะนี้มีเรื่องทั่วไป อาทิ การทำลายป้าย การหาเสียงหลอกลวง การใช้รถหาเสียงผิดประเภท ซึ่งเราได้ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวกับการรณรงค์หาเสียงทุกเรื่อง โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการสืบสวนไต่สวนระดับจังหวัดที่กำลังดำเนินการ และคาดว่าคณะอนุกรรมการจะมีความเห็นออกมาในเร็วๆ นี้ แล้วคงจะส่งมายังสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง ส่วนการทำลายป้ายหาเสียงนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้แถลงเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมาแล้วว่า มีเหตุเกิดขึ้นประมาณ 300 กว่าเรื่อง สืบสวนสอบสวนและจับกุมไปได้ 50 กว่าเรื่องแล้ว มีทั้งเกิดจากผู้ที่คึกคะนอง เมาสุรา และมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ซึ่ง ตร. ดำเนินการอยู่ โดยโทษของการทำลายป้ายนั้น เบื้องต้นเป็นการทำให้เสียทรัพย์ แต่ถ้าถอดป้ายแล้วนำไปเลย ก็เป็นการลักทรัพย์ จึงขอเตือนให้ทุกฝ่ายดำเนินการหาเสียงเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเท่าเทียม หากผู้ใดพบเห็นการทำลายป้าย หรือทำให้ป้ายหาเสียงเกิดความเสียหาย ก็จะแจ้งมายังสำนักงาน กกต. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
เมื่อถามว่า ใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง มีการติดตามข่าวหรือเฝ้าระวังอย่างไร ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า ได้สั่งให้ทางจังหวัดประสานงานกับหน่วยข่าวกรองจังหวัด กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และตำรวจท้องที่ ขณะที่ กกต.ส่วนกลาง จะมีชุดหาข่าว ซึ่งเตรียมไว้ 10 กว่าชุด ที่จะลงไปยังจังหวัดที่มีความรุนแรง หรือแข่งขันกันสูง เพื่อเป็นการช่วยการทำงานของจังหวัดอีกทางหนึ่ง ซึ่งในการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่แล้ว จังหวัดที่มีการแข่งขันรุนแรง อาทิ นนทบุรี นครปฐม ประจวบคีรขันธ์ แต่ครั้งนี้ยังไม่ชัดเจน จึงยังฟันธงไม่ได้ว่าจังหวัดไหนบ้าง แต่ก็เพ่งเล็งจังหวัดเดิมไว้อยู่ ขณะที่ชลบุรี มีพอสมควร รวมทั้งในพื้นที่อีสานหรือภาคเหนือ ถ้าเรามีการประเมินว่า มีการแข่งขันรุนแรง เราก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไป ซึ่งคิดว่าชุดหาข่าวที่เตรียมไว้ยังเพียงพอ.



