พระเทพเวที (พล อาภากโร) เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม เจ้าคณะภาค 6 ในฐานะเลขานุการด้านศาสนศึกษา ของมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า ช่วงนี้มีประเด็นที่จะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารงานการศึกษาคณะสงฆ์ ตาม พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 เพราะมีความเข้าใจสับสนกันมาก โดยเฉพาะการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาว่า ตกลงสังกัดหน่วยงานใดกันแน่ โดยหลังจากที่มี พ.ร.บ.พระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 และมีข้อบังคับคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมว่าด้วยโครงสร้างการบริหารงานและการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมและสถานศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2563 เกิดขึ้น โครงสร้างการบริหารงานและการจัดการศึกษาก็ปรากฏเด่นชัดเป็นระบบตามกฎหมาย ดังนี้ 1.การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี สังกัด สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง โดยมีแม่กองบาลีสนามหลวงเป็นผู้รับผิดชอบงานการจัดการศึกษา 2.การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม สังกัดสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง โดยมีแม่กองธรรมสนามหลวงเป็นผู้รับผิดชอบงานการจัดการศึกษา 3.การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา โดยมีประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบงานการจัดการศึกษา 4.การบริหารงานศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ สังกัดศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ โดยมีประธานศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์เป็นผู้รับผิดชอบการบริหาร
พระเทพเวที กล่าวต่อไปว่า ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะทำหน้าที่ และมีอำนาจอย่างไร ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งบัญญัติให้ พศ. มีหน้าที่ดังนี้ 1.จัดทำแผนการศึกษาพระปริยัติธรรม 2.จัดทำมาตรฐานสถานศึกษาพระปริยัติธรรม 3.จัดทำแผนงบประมาณ เพื่อการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมเสนอต่อมหาเถรสมาคม (มส.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ 4.เป็นหน่วยงานกลางในการส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน การศึกษาพระปริยัติธรรม 5.เป็นสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม หรือ กศป. ซึ่งจะเห็นว่า ตามกฎหมายและตามข้อบังคับว่าด้วยโครงสร้างการบริหารงานกำหนดบทบาท หน้าที่ และอำนาจ ไว้อย่างชัดเจน ขอทุกฝ่ายได้ทำความเข้าใจและลงมือปฏิบัติและใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย



