สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอะซุนซิออง ประเทศปารากวัย เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า ปารากวัยจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันอาทิตย์ โดยผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งราว 4.8 ล้านคน จากทั้งหมดราว 7.5 ล้านคน จะเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดี และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 80 ที่นั่ง โดยเป็นการเลือกตั้งรอบเดียว ผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดจะได้รับชัยชนะทันที
Paraguayans will vote for president on Sunday. Here's what to know about the key candidates. #Paraguay #election #politics https://t.co/d0SPKcj75V pic.twitter.com/e91N1mihDm
— CGTN America (@cgtnamerica) April 29, 2023
ในส่วนของการเลือกตั้งผู้นำปารากวัยมีผู้สมัครทั้งสิ้น 3 คน ไม่ว่าบุคคลใดก็ตามได้รับชัยชนะ จะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของปารากวัยอย่างมาก โดยเฉพาะกับไต้หวัน ซึ่ง ปารากวัย เป็นเพียง 1 ใน 13 ประเทศ ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยมีการสถาปนาความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2500

นายอีเฟรน อเลเกร ตัวแทนผู้สมัครของฝ่ายค้านซึ่งมีคะแนนนิยมนำเหนือตัวแทนของพรรครัฐบาล กล่าวว่า หากได้รับชัยชนะ จะยุติความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทเป แล้วสถาปนาความสัมพันธ์กับจีนแทน เนื่องจากจะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจมากกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปารากวัย “เสียสละมากพอแล้ว” แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปารากวัยกลับ “ยังไม่ได้รับการตอบสนองแบบเดียวกัน” จากไต้หวัน
ขณะที่ นายซันติอาโก เปญา ตัวแทนผู้สมัครจากฝ่ายรัฐบาล ยังคงยืนยันการสานต่อความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทเป แต่จะย้ายสถานเอกอัครราชทูตปารากวัย ออกจากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังนครเยรูซาเลม สานต่อแผนการของรัฐบาล ซึ่งเคยประกาศเมื่อปี 2561
ปัจจุบัน ปารากวัย เป็นหนึ่งในประเทศซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุดในลาตินอเมริกา รายงานของธนาคารกลางปารากวัยคาดการณ์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ของปารากวัย จะขยายตัวที่ 4.8% ในปีนี้ ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) ซึ่งระบุไว้ที่ 4.5%.
เครดิตภาพ : AFP


