สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่าสำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของนายโจ จู-ฮยอน นักวิเคราะห์ด้านกิจการความมั่นคงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับปฏิญญาวอชิงตัน ซึ่งประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ลงนามร่วมกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว “ตอกย้ำแผนการชั่วร้าย” ของสหรัฐและเกาหลีใต้ ที่มีต่อเกาหลีเหนือ


ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเจตนาของสหรัฐ ในการนำทรัพย์สินทางทหารเข้ามาติดตั้งเพิ่มเติมบนคาบสมุทรเกาหลี ท่ามกลาง “บรรยากาศไร้เสถียรภาพอย่างร้ายแรง” และบ่งชี้เป้าประสงค์ของการจัดตั้ง “กลุ่มความร่วมมือทางทหารที่ก้าวร้าว” ในภูมิภาคแห่งนี้ ตลอดจนเป็นการบ่อนทำลายกลไกลของการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ “อย่างเป็นระบบ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันให้คาบสมุทรเกาหลีอยู่บนปากเหวของการเผชิญกับ “สงครามนิวเคลียร์”


ขณะที่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เคซีเอ็นเอเผยแพร่แถลงการณ์ของ น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีใต้ วิจารณ์ปฏิญญาวอชิงตัน ว่ามีแต่จะทำให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีทวีความตึงเครียด และรัฐบาลเปียงยางต้องยกระดับการป้องปรามนิวเคลียร์ เพื่อเป็นการตอบโต้


สำหรับสาระสำคัญของปฏิญญาวอชิงตัน คือการยกระดับความร่วมมือทางทหารและข่าวกรองระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ ที่รวมถึงการจัดตั้ง “กลุ่มที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์” เพื่อให้รัฐบาลโซลสามารถเข้าถึงแผนการการฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ


แม้รัฐบาลวอชิงตันยืนยัน จะไม่มีการประจำการอาวุธยุทโธปกรณ์ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี อย่างไรก็ตาม สหรัฐยืนยันการเตรียมส่งเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีพลังงานนิวเคลียร์ ( เอสเอสบีเอ็น ) มาติดตั้งบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1980


อนึ่ง สหรัฐถอนการติดตั้งและการประจำการอาวุธนิวเคลียร์ เมื่อปี 2534 และอีก 1 ปีต่อมา เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ลงนามร่วมกันในข้อตกลง “ไม่ทดสอบ พัฒนา ผลิต รับมอบ ครอบครอง เก็บรักษา ประจำการ และใช้งานอาวุธนิวเคลียร์”.

เครดิตภาพ : AFP