ผศ.ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากกลุ่มตัวอย่าง 1,215 คน ในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. 2566 พบกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 94.5 คิดว่าจะไปเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. นี้ ขณะที่การรับข้อมูลข่าวสารของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง อันดับหนึ่ง เกินครึ่ง หรือร้อยละ 58.4 รับผ่านสื่อ Tiktok รองมาร้อยละ 45.9 ป้ายหาเสียง ร้อยละ 39.7, โทรทัศน์ ร้อยละ 34, Facebook และ Twitter ร้อยละ 31.1

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงนโยบายที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญมากสุด ร้อยละ 46.4 คือด้านเศรษฐกิจ รองมาเป็นด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต ร้อยละ 26.5 ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 6.3 ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 5.1 ล้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 4.7

ส่วนปัจจัยที่ใช้เลือก ส.ส. ส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.4 นโยบายพรรคการเมือง รองมาคือการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 20.4  พรรคการเมือง ร้อยละ 16.9 ตัวผู้สมัคร ส.ส. ร้อยละ 13.7 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการเลือกผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จากพรรคการเมืองใด พบมากสุดคือพรรคก้าวไกล ร้อยละ 37 รองมาคือพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.5 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 176 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.5 และพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 2.4

ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กลุ่มตัวอย่างตอบว่าจะเลือกจากพรรคก้าวไกล มากสุด ร้อยละ 37.1 รองมาคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 32.1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 18 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.5 และพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 2.4

สำหรับบุคคลที่คิดว่าเหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.6 ระบุ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รองมาคือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 19.1 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 16.9 นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 16.8 และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 3.1.