สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่าการหยุดยิงครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มปาเลสไตน์ อิสลามิก จีฮัด ( พีไอเจ ) มีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ที่ผ่านมา ( 02.00 น. วันอาทิตย์ตามเวลาในประเทศไทย ) ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ซึ่งเป็นผู้ผลักดันการหยุดยิงครั้งนี้ และแทบทุกครั้งในอดีต เรียกร้องคู่กรณีทั้งสองฝ่ายยึดมั่นตามเงื่อนไขของข้อตกลง


ด้านพีไอเจออกแถลงการณ์ ยอมรับและจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการหยุดยิง อย่างไรก็ตาม กองกำลังป้องกันอิสราเอล ( ไอดีเอฟ ) ใช้คำว่า “จะมีการประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา” เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงจะดำเนินไปได้อย่างลุล่วงมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่า จะมีการยิงจรวดข้ามเขตแดนออกมาจากฉนวนกาซาอีกหรือไม่

บ้านหลังหนึ่งในฉนวนกาซาได้รับความเสียหาย จากการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล


ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนการหยุดยิงมีผลประมาณ 30 นาที มีการยิงจรวดหลายสิบลูกข้ามเขตแดนจากฉนวนกาซามายังอิสราเอล กระนั้น ระบบป้องกันไอเอิร์นโดมของไอดีเอฟสามารถสกัดกั้นการโจมตีของจรวดเหล่านั้นได้เกือบทั้งหมด


สำหรับการหยุดยิงครั้งนี้ เป็นการ “สงบศึก” ยาวนาน 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์มากกว่า 33 ราย รวมถึงแกนนำพีไอเจอย่างน้อย 6 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน ส่วนในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย จากการโจมตีด้วยจรวดของปาเลสไตน์ ที่เมืองเรโฮวอต


นอกจากนั้น การสู้รบรอบนี้เกิดขึ้นในช่วงครบรอบ 2 ปี การต่อสู้ที่ยาวนาน 2 สัปดาห์ เมื่อเดือน พ.ค. 2564 คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์มากกว่า 250 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน ส่วนในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 110 คน.

เครดิตภาพ : AFP