เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 2 แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ตรวจการปิดการลงคะแนนเลือกตั้งและนับคะแนนเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 2 พร้อมเปิดเผยถึงภาพรวมการลงคะแนนเสียงประจำหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. ว่า สำหรับภาพรวมวันนี้ ต้องยอมรับว่าชาวกรุงเทพฯ จำนวนกว่า 4 ล้านคน ตั้งใจมาเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งตนเชื่อว่าในส่วนของ กทม. ค่อนข้างทำได้สมบูรณ์ ตนขอบคุณข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่ได้ทำตามคำมอบหมายของ กกต. และขอบคุณสื่อมวลชนด้วยที่ไปติดตามทำข่าวเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10,000 นาย ที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง 6,327 หน่วย และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์การเลือกตั้งที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี อีกทั้งขอขอบคุณกองบังคับการตำรวจนครบาลที่ให้ความร่วมมือกับ กทม. และที่สำคัญลูกจ้าง กทม. ทุกคน ที่ช่วยขนหีบบัตรเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 04.00 น. จนติดตั้งเข้าคูหาเป็นที่เรียบร้อย
นายขจิต กล่าวว่า ส่วนที่มีการผิดพลาดพบว่าเป็นที่เขตห้วยขวาง จากกรณีฉีดบัตรผิด ซึ่งทาง กกต.ชุดใหญ่ จะเป็นผู้พิจารณา ขณะที่เขตมีนบุรี พบความผิดพลาดที่มีการนำบัตรเลือกตั้งหย่อนลงในหีบเดียว แต่ในเรื่องนี้ไม่เป็นไร สามารถแยกได้ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบมีแค่สองหน่วยเลือกตั้ง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อยขอบคุณ กกต. ที่ไว้วางใจ กทม.
นายขจิต กล่าวว่า เบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างรอคะแนนทั้งหมดจาก 33 เขต มารวมกัน รวมถึง นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร หรือ ผอ.กกต.กทม. จะเดินทางมาที่นี่เช่นกันทั้งนี้ จากภาพรวมเบื้องต้นพบว่าคนกรุงเทพฯ มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าปี 62 โดยในตอนนั้นคิดเป็น 72% เห็นได้จากการที่ประชาชนเข้าแถวยาวหลายหน่วยเลือกตั้ง และถนนโล่ง จึงคาดว่าหลังปิดหีบเลือกตั้ง จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ถึง 80%
ส่วนผลการลงคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายขจิต กล่าวว่า คาดว่าราวๆ 22.00 น. จะได้ตัวเลขเบื้องต้น แต่ถ้าเป็นตัวเลขทางการ จะต้องรอตัวเลขจาก 33 หน่วยก่อน และต้องตรวจสอบแล้วว่ามีลายเซ็นถูกต้องจึงกล้าประกาศ คงยังไม่รีบประกาศขนาดนั้น ถ้ายังไม่เห็นเอกสารชัดเจน
ต่อมาเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 2 ได้เริ่มพับเก็บคูหาลงคะแนน และจัดเตรียมสถานที่สำหรับเปิดหีบเลือกตั้งทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และการเลือกตั้ง ส.ส.แบบเเบ่งเขต เพื่อนับคะแนน โดยในพื้นที่ของการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขต หรือ บัตรสีม่วง เจ้าหน้าที่ได้มีการนำตะกร้า 3 ใบ ได้แก่ ตะกร้าสีเขียว (บัตรดี) ตะกร้าสีแดง (บัตรเสีย) และตะกร้าสีฟ้า (ไม่เลือกผู้สมัครใด) มาวางเตรียมไว้ เพื่อคัดบัตรลงคะแนนขึ้นขานก่อนนำหย่อนลงในตะกร้าที่ถูกต้อง ขณะที่การนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ บัตรสีเขียว เจ้าหน้าที่ได้มีการนำตะกร้า 3 ใบ ได้แก่ ตะกร้าสีเขียว (บัตรดี) ตะกร้าสีแดง (บัตรเสีย) และตะกร้าสีฟ้า (ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด) มาวางเตรียมไว้เช่นเดียวกัน
จากนั้นเวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้นำอุปกรณ์ตัดตัวล็อกหีบบัตรเลือกตั้งทั้ง 4 มุมออก และเริ่มการนำบัตรเลือกตั้งออกขานนับคะแนน โดยในช่วงแรกของการนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ บัตรสีเขียว พบว่า บัตรดีเบอร์ 31 ของพรรคก้าวไกล ได้รับการขานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ช่วงเเรกของการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตหรือ บัตรสีม่วง พบว่าบัตรดีเบอร์ 5 นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต พรรคก้าวไกล ได้รับการขานอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทิ้งห่างผู้สมัครเบอร์ 8 น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ พรรคเพื่อไทย และผู้สมัครเบอร์ 10 นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ พรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่การขานนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีเขียว) พบว่า บัตรดีเบอร์ 31 พรรคก้าวไกล ยังคงนำไล่เลี่ยกันมากับบัตรดีเบอร์ 22 พรรครวมไทยสร้างชาติ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ยังคงอยู่ระหว่างการขานนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตอนนี้ผ่านมาเกือบ 1 ชม. แล้ว และยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาติดตามการนับบัตรลงคะแนนบริเวณด้านหน้าคูหาอย่างเนืองแน่น.





