สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า ภายหลังไซโคลนโมคา ซึ่งก่อตัวในอ่าวเบงกอล เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลม 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นฝั่งระหว่างเมืองค็อกซ์ บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ กับเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ในภาคตะวันตกของเมียนมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
Deadly Cyclone Mocha hits Bangladesh and Myanmar coasthttps://t.co/HGO488OOU4 pic.twitter.com/lGTlANq7vf
— BBC News (World) (@BBCWorld) May 14, 2023
ขณะที่ ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นของสหรัฐ รายงานว่า พายุโมคาสะสมความเร็วลมในช่วงหนึ่ง ได้ที่ระดับสูงสุด 259 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 ตามมาตรวัดพายุซัฟเฟอร์-ซิมป์สัน จึงเพิ่มความวิตกให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า อิทธิพลของไซโคลนโมคา อาจรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อครั้งไซโคลน “ซิดร์” พาดผ่านบังกลาเทศ เมื่อเดือน พ.ย. 2550 คร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 3,000 รายนั้น
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) รายงานว่า ที่พักอาศัยของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในค่ายผู้ลี้ภัย ที่เมืองค็อกซ์ บาซาร์ ได้รับความเสียหายประมาณ 400-500 แห่ง ทั้งนี้ บังกลาเทศอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้ามากกว่า 750,000 คน และยืนยันว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
Rakhine State’s capital Sittwe was hit by heavy rains and strong winds on Sunday afternoon after Cyclone Mocha made landfall on Myanmar’s western coast in the morning. Residents said trees have been uprooted and roofs blown away by the wind. #WhatsHappeningInMyanmar pic.twitter.com/WKcklP6V4B
— The Irrawaddy (Eng) (@IrrawaddyNews) May 14, 2023
ด้าน กาชาดเมียนมาอพยพประชาชนมากกว่า 100,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นเส้นทางผ่านของพายุ และมีรายงานการเกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ดี สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของอินเดียให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไซโคลนโมคาอ่อนกำลังลงมากเมื่อขึ้นฝั่ง เนื่องจากปะทะกับแนวภูเขาของเมียนมา
อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2551 เมียนมาเผชิญกับอิทธิพลรุนแรงของไซโคลน “นาร์กิส” ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130,000 ราย และความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นเป็นวงกว้างกดดันรัฐบาลทหารเมียนมา ให้ต้องประกาศขอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากประชาคมโลก.
เครดิตภาพ : AFP






