สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า ภายหลังไซโคลนโมคา ซึ่งก่อตัวในอ่าวเบงกอล เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลม 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นฝั่งระหว่างเมืองค็อกซ์ บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ กับเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ในภาคตะวันตกของเมียนมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


ขณะที่ ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นของสหรัฐ รายงานว่า พายุโมคาสะสมความเร็วลมในช่วงหนึ่ง ได้ที่ระดับสูงสุด 259 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 ตามมาตรวัดพายุซัฟเฟอร์-ซิมป์สัน จึงเพิ่มความวิตกให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า อิทธิพลของไซโคลนโมคา อาจรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อครั้งไซโคลน “ซิดร์” พาดผ่านบังกลาเทศ เมื่อเดือน พ.ย. 2550 คร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 3,000 รายนั้น


สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) รายงานว่า ที่พักอาศัยของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในค่ายผู้ลี้ภัย ที่เมืองค็อกซ์ บาซาร์ ได้รับความเสียหายประมาณ 400-500 แห่ง ทั้งนี้ บังกลาเทศอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้ามากกว่า 750,000 คน และยืนยันว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง


ด้าน กาชาดเมียนมาอพยพประชาชนมากกว่า 100,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นเส้นทางผ่านของพายุ และมีรายงานการเกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ดี สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของอินเดียให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไซโคลนโมคาอ่อนกำลังลงมากเมื่อขึ้นฝั่ง เนื่องจากปะทะกับแนวภูเขาของเมียนมา


อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2551 เมียนมาเผชิญกับอิทธิพลรุนแรงของไซโคลน “นาร์กิส” ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130,000 ราย และความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นเป็นวงกว้างกดดันรัฐบาลทหารเมียนมา ให้ต้องประกาศขอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากประชาคมโลก.

เครดิตภาพ : AFP