สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า ในปี 2565 มีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศจำนวน 71.1 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า ท่ามกลางการพลัดถิ่นของคนจำนวนมาก เนื่องจากวิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น สงครามในยูเครน และอุทกภัยในปากีสถาน

ขณะเดียวกัน รายงานร่วมของไอดีเอ็มซี และเอ็นอาร์ซี ระบุว่า มีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศรายใหม่ทั้งหมดราว 60.9 ล้านคน ในปีที่แล้ว นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับจำนวนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศรายใหม่ของปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 38 ล้านคน

“ตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับสูงมาก” นางอเล็กซานดรา บิลัค หัวหน้าของไอดีเอ็มซี กล่าว “นอกเหนือจากสงครามในยูเครน การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ยังมาจากเหตุอุทกภัยในปากีสถาน, ความขัดแย้งครั้งใหม่ และความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ทั่วโลก รวมถึงภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ดังที่พวกเราเห็นตั้งแต่ภูมิภาคอเมริกา ไปจนถึงภูมิภาคแปซิฟิก”

อนึ่ง ตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในประเทศทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งใหม่ เช่น การสู้รบในซูดาน เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประชาชนมากกว่า 700,000 คน กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ ขณะที่ชาวซูดานอีกราว 150,000 คน หลบหนีออกนอกประเทศ

การพลัดถิ่นภายในประเทศ ถือเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ทว่าเกือบ 3 ใน 4 ของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศทั่วโลก อาศัยอยู่ใน 10 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ ซีเรีย, อัฟกานิสถาน, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก), ยูเครน, โคลอมเบีย, เอธิโอเปีย, เยเมน, ไนจีเรีย, โซมาเลีย และซูดาน

“ความขัดแย้งกับภัยพิบัติที่รวมกันเมื่อปีที่แล้ว ซ้ำเติมความเปราะบางและความไม่เท่าเทียมที่มีอยู่ของประชาชน ซึ่งมันส่งผลให้เกิดการพลัดถิ่นในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน” นายยาน เอเกอลันด์ หัวหน้าของเอ็นอาร์ซี กล่าวในแถลงการณ์.

เครดิตภาพ : AFP