สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า สหราชอาณาจักรซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี7” ประกาศมาตรการคว่ำบาตร พุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมแร่ของรัสเซีย เป็นการจำกัดการนำเข้าอะลูมิเนียม เพชร ทองแดง และนิกเกิล โดยเฉพาะเพชรของรัสเซีย “จะมีการห้ามนำเข้า” และการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้กับ “เครือข่ายทางอุตสาหกรรมของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน”


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านการทูตในจี7 ซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในสมาชิก กล่าวว่า มีความเป็นไปได้น้อยมาก ที่จี7 จะร่วมกันออกมาตรการ “คว่ำบาตรเบ็ดเสร็จ” ต่ออุตสาหกรรมเพชรของรัสเซีย “อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้” แต่อาจใช้วิธี “จำกัด” แทน เนื่องจากเบลเยียมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้าส่งเพชรรัสเซียรายใหญ่ที่สุด ส่วนสหรัฐเป็นหนึ่งในตลาดเพชรรายใหญ่ที่สุดของรัสเซียด้วย


กระนั้น ย้อนกลับไปเมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว สหรัฐประกาศคว่ำบาตร “อัลโรซา” บริษัทเพชรขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ซึ่งครองสัดส่วนประมาณ 30% ในตลาดโลก และเป็นคู่แข่งสำคัญกับกลุ่มบริษัทเดอ เบียร์ส ของบริษัทแองโกล อเมริกัน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักร


นอกจกานี้ รายงานของรัฐบาลอวชิงตันระบุด้วยว่า เพชรถือเป็น 1 ใน 10 สินค้าส่งออกมูลค่าสูงที่สุดของรัสเซีย เมื่อไม่นับรวมพลังงาน และสร้างรายได้เข้าประเทศมากถึง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 155,144.25 ล้านบาท ) เมื่อปี 2564.

เครดิตภาพ : AFP