สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ว่า นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ผลการประเมินโดยประชาคมข่าวกรองสหรัฐบ่งชี้ “มีความเป็นไปได้มาก” ว่ากลุ่มแฮกเกอร์ของจีนสามารถโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งสามารถสร้างความปั่นป่วน และรบกวนการทำงานของระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสหรัฐ รวมถึง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และระบบราง พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน “ตื่นตัว”
คำเตือนดังกล่าวของรัฐบาลวอชิงตันเกิดขึ้น หลังหน่วยข่าวกรองของกลุ่ม “ไฟฟ์ อายส์” หรือ “5 ตา” ที่ประกอบด้วยสหรัฐ แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หารือเกี่ยวกับกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อ “โวลต์ ไทฟูน” ( Volt Typhoon ) และออกแถลงการณ์ร่วม อ้างอิงตามรายงานวิเคราะห์โดยบริษัทไมโครซอฟต์ ที่ระบุด้วยว่า นอกเหนือจากสหรัฐแล้ว ระบบโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเอเชียมีความเสี่ยงจากการโจมตีโดยโวลต์ ไทฟูน เช่นกัน
Volt Typhoon, a Chinese state-sponsored actor, uses living-off-the-land (LotL) and hands-on-keyboard TTPs to evade detection and persist in an espionage campaign targeting critical infrastructure organizations in Guam and the rest of the United States. https://t.co/FZxjfiA0Hw
— Microsoft Threat Intelligence (@MsftSecIntel) May 24, 2023
The National Security Agency @NSACyber has released a Cybersecurity Advisory with additional information and hunting guide for Volt Typhoon TTPs: https://t.co/BLoh7f6fzK pic.twitter.com/iEn2K8Kx2B
— Microsoft Threat Intelligence (@MsftSecIntel) May 24, 2023
ขณะที่ นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นการวิเคราะห์และทำรายงานแบบ “ตัดแปะ” ที่ปราศจากความเป็นมืออาชีพ เพราะเต็มไปด้วยการเชื่อมโยงอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่ “สหรัฐเป็นเจ้าแห่งการแฮกข้อมูล”.
เครดิตภาพ : AFP



