สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า กระทรวงเกษตรของเวียดนาม เผยแพร่รายงาน ว่าด้วยแผนยุทธศาสตร์การส่งออกข้าว กำหนดเป้าหมายลดการส่งออกข้าวเหลือปีละ 4 ล้านตัน ภายในปี 2573 หรือลดลง 44% เมื่อเทียบกับสถิติการส่งออกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 7.1 ล้านตัน โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อส่งเสริมการส่งออกข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อรักษาอุปสงค์ของตลาดในประเทศ และเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการปรับตัวตามภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก”
ด้วยเหตุนี้ รายได้จากการส่งออกข้าวของเวียดนาม จะลดลงจาก 3,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 119,853 ล้านบาท) เมื่อปี 2565 เหลือปีละ 2,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 91,018.80 ล้านบาท) ภายในปี 2573 ปัจจุบัน เวียดนามเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดียและไทย
Vietnam to cut annual rice exports by 44% to 4 million tonnes by 2030 https://t.co/jJ3TNELGWk pic.twitter.com/4OwxiJyPev
— CNA (@ChannelNewsAsia) May 27, 2023
ขณะที่แหล่งข่าวในตลาดซื้อขายข้าวแห่งหนึ่ง ที่เมืองโฮจิมินห์ ให้ความเห็นว่า แม้พื้นที่การเกษตรของเวียดนามมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศ ส่งผลให้ชาวนาจำนวนไม่น้อย เปลี่ยนไปเพาะปลูกพืชชนิดอื่น หรือหันไปทำปศุสัตว์แทน แต่การที่ภาครัฐตัดสินใจใช้นโยบายแบบนี้ “ดุดันเกินไปสักหน่อย” เนื่องจากไม่ว่าอย่างไร พืชหลักที่เกษตรกรเวียดนามเพาะปลูก ก็ยังคงเป็นข้าว
อนึ่ง รายงานของกระทรวงเกษตรเวียดนามระบุด้วยว่า นับจากนี้จะเพิ่มการกระจายตลาด เพื่อลดการพึ่งพิงประเทศเดียวให้เป็นผู้รับซื้อ อนึ่ง ฟิลิปปินส์เป็นผู้รับซื้อข้าวรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามมานานแล้ว และสถิติการส่งออกข้าวจากเวียดนามไปยังฟิลิปปินส์ มีสัดส่วนสูงถึง 45% เมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้ทั้งนั้น เวียดนามจะยังคงเน้นการขายข้าวในตลาดเอเชียเป็นหลัก ตามด้วยแอฟริกา ภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป ส่วนสถิติการส่งออกข้าวในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 2.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 40.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565.
เครดิตภาพ : AFP



