สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า ศูนย์เตือนภัยร่วมไต้ฝุ่น (เจทีดับเบิลยูซี) ตั้งอยู่บนเกาะฮาวายของสหรัฐ รายงานว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมาวาร์ ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะลูซอน ที่เป็นเกาะหลักของฟิลิปปินส์ ไปทางตะวันออกราว 1,450 กิโลเมตร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่เกือบ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความเร็วดังกล่าวแม้เกิดขึ้นเพียงช่วงหนึ่ง ก่อนลดเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เพียงพอทำให้ มาวาร์ ถือเป็นพายุซึ่งมีความเร็วลมมากกว่าพายุทุกลูก ที่ก่อตัวบนโลก เมื่อปี 2566
Mawar, the strongest typhoon so far this year, will dump heavy rain on the northern Philippines as it passes https://t.co/yeGcrtQSuV
— Bloomberg Asia (@BloombergAsia) May 27, 2023
ขณะเดียวกัน ซูเปอร์ไต้ฝุ่น มาวาร์ เป็นพายุซึ่งมีความรุนแรงสูงสุด นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ตามรายงานของเจทีดับเบิลยูซี และมุ่งหน้าสู่ฟิลิปปินส์ แม้อาจไม่ขึ้นฝั่งโดยตรง แต่การพาดผ่านของพายุซึ่งมีความรุนแรงขนาดนี้ แน่นอนว่าจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงเป็นวงกว้าง
#Mawar now up to 150 knots (175 mph) per latest JTWC advisory.
— Jonathan Erdman (@wxjerdman) May 25, 2023
Best I can tell, that's the planet's strongest #tropical cyclone (by est'd wind speed, with all usual caveats) since Dec. 2021 (ST Rai).
2022's strongest (wind speed) were all 140 knots (Ian, Noru, Hinnamnor). pic.twitter.com/ONkaa4Q72Q
ทั้งนี้ ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมาวาร์ ขึ้นฝั่งที่เกาะกวมของสหรัฐเป็นแห่งแรก ในสัปดาห์นี้ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่เคราะห์ดี ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ขณะที่หลังจากเข้าใกล้พื้นที่ทางเหนือของฟิลิปปินส์ ซูปเอร์ไต้ฝุ่นมาวาร์ มีแนวโน้มเคลื่อนตัวต่อไปยังไต้หวัน จีน และเกาหลีใต้ ตลอดจนญี่ปุ่น โดยความรุนแรงและทิศทางของพายุ จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ เวลานั้นด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



