สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่า สำนักงานยามฝั่งญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ว่า ได้รับแจ้งจากเกาหลีเหนือเกี่ยวกับ “กำหนดการส่งจรวดปล่อยดาวเทียม” ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่ง “ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-11 มิ.ย.นี้” โดยชิ้นส่วนจรวดจะตกลงในน่านน้ำใกล้กับทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทางตะวันออกของเกาะลูซอน ซึ่งเป็นเกาะหลักของฟิลิปปินส์


ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานเพิ่มเติม ด้วยข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า รัฐบาลเปียงยางยืนยันการแจ้งกำหนดการให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มโอ ) ของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) รับทราบแล้วเช่นกัน


ด้านทำเนียบรัฐบาลญี่ปุ่นเผยแพร่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ สั่งการให้หน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง ยกระดับความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน ที่อาจเกิดขึ้น “จากการที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธแต่ระบุว่า เป็นการส่งจรวดปล่อยดาวเทียมสอดแนม”


ทั้งนี้ นายยาสุคาซึ ฮามาดะ รมว.กลาโหมญี่ปุ่น มีคำสั่งให้กองกำลังป้องกันตนเอง ( เอสดีเอฟ ) ยิงดาวเทียมสอดแนมของเกาหลีเหนือ หากชิ้นส่วนดาวเทียม มีแนวโน้มละเมิดน่านฟ้า และตกลงในเขตน่านน้ำอธิปไตยของรัฐบาลโตเกียว


อนึ่ง นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ นำคณะซึ่งรวมถึง จู-แอ บุตรสาว ลงพื้นที่แห่งหนึ่งในกรุงเปียงยาง เมื่อกลางเดือนพ.ค. เพื่อตรวจสอบความความคืบหน้า ในการเตรียมความพร้อมปล่อยดาวเทียมสอดแนมทางทหาร ที่ตอนนี้มีรหัสว่า “หมายเลข 1” โดยนายคิมกำชับให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าโครงการส่ง “ดาวเทียมสังเกตการณ์” ตามแผนการ


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือการทดสอบสุดท้ายครั้งสำคัญ ที่ศูนย์พัฒนาดาวเทียมโซแฮ ตั้งอยู่ในเขตตงชาง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อประเมินศักยภาพของ “ดาวเทียม” ในการถ่ายภาพ การส่งต่อข้อมูลผ่านอุปกรณ์ตัวกลาง และการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการภาคพื้นดิน.

เครดิตภาพ : AFP