เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ลานหินขาว ชายหาดแม่รำพึง ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานวันทะเลโลก ประจำปี 2566 ‘เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม’ จัดโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้แทนสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผอ.สทช.1 และหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ร่วมงานจำนวนมาก
ภายในงานมีการมอบป้ายสนับสนุนการจัดงาน และอุปกรณ์การแพทย์เพื่ออนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลหายากและพันธุ์สัตว์ทะเลหายาก นิทรรศการของภาครัฐ และเอกชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และการตระหนักถึงปัญหาขยะในทะเล การปล่อยเต่าทะล ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปล่อยตัวนักดำน้ำ โดยอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลในกิจกรรมเก็บขยะในทะเล รวมทั้งกิจกรรมเก็บขยะชายหาดด้วย

นายวราวุธ กล่าวว่า วันทะเลโลกในปีนี้ทั่วโลกได้ร่วมจัดกิจกรรมในการดูแลรักษาทะเลและมหาสมุทรอย่างพร้อมเพรียง เพื่อกระตุ้นเตือนและตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทะเลและมหาสมุทรของโลก และคำนึงถึงความจำเป็นในการต่อสู้กับปัญหาความเสื่อมโทรมของทะเลและมหาสมุทร กระตุ้นจิตสำนึกให้คนทั้งโลกหันมาสนใจและรักษ์ทะเลกันมากขึ้น แม้โลกจะมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล และรองรับจำนวนประชากรของมนุษย์และสัตว์นานาชนิดนับล้านล้านตัว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า 3 ใน 4 ของโลก เป็นพื้นที่มหาสมุทร ซึ่งเป็นระบบนิเวศหลักที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีพอยู่ได้บนโลกใบนี้ มหาสมุทรเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรคาร์บอน มีอิทธิพลต่อลมฟ้าอากาศ และเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่า 230,000 สปีชีส์ ออกซิเจนในอากาศมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์มาจากสาหร่ายเซลล์เดียวหรือแพลงก์ตอนที่ลอยอยู่ในทะเล มหาสมุทรยังเป็นแหล่งกำเนิดเกลือ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุต่างๆ อีกมากมาย มหาสมุทรจึงสำคัญมากกว่าที่เราคิด

ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับดูแลภารกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่ง และป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด ผลักดันมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู รวมถึงปกป้องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยยึดหลักการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชน และฝากถึงนักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชนทุกคน ได้ช่วยกันดูแลทรัพย์สมบัติเหล่านี้ที่มี ที่จะต้องอยู่ให้ถึงลูกหลานได้เห็นความสวยงาม และได้ใช้ประโยชน์จากท้องทะเลเหมือนอยู่กับทุกๆ คนที่ได้ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้

ส่วนกรณีที่ประเทศไทยถูกเลื่อนลำดับจากการทิ้งขยะลงทะเลที่ 6 ของโลกเป็นลำดับ 10 ซึ่งดีขึ้นนั้น ซึ่งตนไม่อยากให้มองว่าประสบความสำเร็จ แต่อยากให้มองว่าเป็นความก้าวหน้าในการทำงาน เพราะว่าถ้าสำเร็จ ประเทศไทยต้องไม่มีขยะในทะเล ซึ่งถูกเลื่อนลำดับดีขึ้นดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงผลงาน ความคืบหน้าในการทำงานร่วมกันของทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ และเอกชนในการที่จะลดขยะตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ แต่นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ สาเหตุของมลพิษในท้องทะเลไทย ยังไม่รวมถึงน้ำเสีย และกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเล ที่ทำให้เกิดความเสียหายในท้องทะเล ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้.


