วันที่ 12 มิ ย. ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังหารือแนวทางแก้ไขปัญหาภาระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ร่วมกับ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ว่า วันนี้บีทีเอสมาหารือกรณีค่าจ้างการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (E&M) ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 2 ที่ครบกำหนดชำระ ประมาณ 20,000 ล้านบาท จริงๆ แล้ว กทม.เตรียมตัวอยู่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมากระบวนการในการดำเนินการมีอยู่ 2 ขั้นตอนที่ต้องให้สภา กทม.พิจารณาก่อน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการคณะกรรมการวิสามัญพิจารณา เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีรายละเอียด คาดว่าเปิดประชุมสภากทม. สมัยหน้าจะสามารถนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาได้ว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร เรื่องการชำระเงิน
ทั้งนี้ กทม.จะดำเนินการพร้อมกันใน 2 ทาง 1.นำเรื่องเข้าสภา กทม. เกี่ยวกับการชำระหนี้ที่ศึกษากันมาพอสมควร 2.ติดตามเร่งรัดทางรัฐบาลอีกทางหนึ่ง ซึ่งเดิมได้ทำหนังสือไปถึงกระทรวงมหาดไทยหลายประเด็น ประเด็นแรก อยากได้การสนับสนุนจากรัฐบาลสําหรับ E&M เนื่องจากเมื่อครั้งที่ มาตรา 44 มอบหมายให้ กทม.เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ได้ให้ค่าใช้จ่ายมาด้วย และ 2.เรื่องที่ค้างอยู่ตามมาตรา 44 จริงๆ แล้วตัวมูลหนี้ของ E&M อยู่ในเงื่อนไขสัญญาสัมปทานใหม่ที่ส่งไปให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ ครม.พิจารณามติมูลหนี้
“เราก็เห็นใจทางเอกชนเพราะมีภาระหนี้ที่เยอะ บีทีเอสก็เป็นตัวสำคัญที่ช่วยบรรเทาเรื่องการเดินทาง แต่ว่าเป็นระเบียบปฏิบัติซึ่งทั้งฝ่ายบริหารกับสภา กทม. ก็เข้ามาหลังจากที่มีการดำเนินการไปแล้วนั้น แต่ทำอย่างไรให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามในกรอบระเบียบที่กำหนด” นายชัชชาติ กล่าว
ด้าน นายคีรี ขอบคุณผู้ว่าฯ กทม. ที่ให้เข้ามาพูดคุยด้วย แม้ว่าจะเป็นครั้งแรก แต่เป็นการสร้างความเข้าใจกันมากขึ้น และขอบคุณที่เข้าใจถึงเอกชนที่มีภาระแบกรับมาตลอด วันนี้เข้าใจกันแล้วว่าระบบการเดินรถทั้งหมดเป็นเรื่องที่ติดตั้งเรียบร้อย และได้ใช้ไปแล้ว กทม.ก็ได้เซ็นอนุมัติ ขณะนี้ถึงเวลาที่จะต้องชำระ พร้อมขอบคุณที่พยายามนำประเด็นเข้าสภากทม.เพื่อจะผลักดันเรื่องให้มีการใช้จ่าย ส่วนตัวเข้าใจว่าในต้นเดือน ก.ค.นี้ จะมีการเปิดสภา กทม และเรื่องนี้ทางผู้บริหาร กทม.จะไปขอให้ สภา กทม.เข้าใจ และอนุมัติในที่สุด
นายคีรี กล่าวอีกว่า บริษัทมั่นใจว่าจะมีเงินก้อนนี้ที่เป็นส่วน E&M หรือ ค่างานติดตั้งไฟฟ้าและเครื่องกล เข้ามาในบริษัทได้ ถ้าถึงวันนั้นตนเชื่อว่าเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท จะได้รับการชำระถูกต้อง บค่าใช้จ่าย O&M หรือค่าเดินรถและซ่อมบำรุงประมาณ 30,000 ล้านบาท ที่อยู่ในคำสั่งเดิมของ คสช. ตามมาตรา 44 ตนยอมรับว่าไม่ทราบว่าทาง ครม.รักษาการ จะทำอะไรได้บ้าง
“วันนี้ไม่มีอะไรติดใจ แต่มาขอให้ทางกทม.โดยเฉพาะผู้ว่าฯ ให้เห็นใจหนี้ก้อนนี้ สิ่งที่เรามีส่วนด้วยวันนี้มันเกิน 50,000 ล้าน แบ่งเป็น E&M คือการติดตั้งระบบ 20,000 ล้านบาท อีกส่วนคือ O&M ตัวเลขที่พูดคุยเป็นตัวเลขเท็จจริงทั้ง 2 ส่วน วันนี้ผมเชื่อว่า เราได้เข้าใจกันแล้ว ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ได้กรุณา จะเอาเข้าสภาเพื่อเห็นชอบและอนุมัติ พร้อมได้รับการยืนยันว่าจะพยายามทำให้เร็วที่สุด” นายคีรี กล่าว.



