สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา พบหารือกับประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน ที่กรุงการากัส เมื่อวันจันทร์ โดยไรซีกล่าวในตอนหนึ่งว่า เวเนซุเอลาและอิหร่าน “มีผลประโยชน์ร่วมกัน มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และมีศัตรูร่วมกัน” ความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลากับอิหร่าน “ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ทางการทูต” แต่เป็น “ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์”


ขณะที่มาดูโรแสดงความชื่นชมอิหร่าน ในฐานะ “หนึ่งในประเทศอำนาจเกิดใหม่ที่สำคัญของโลก” และเน้นย้ำว่า “การผนึกกำลังร่วมกันเพื่อความแข็งแกร่ง” ทั้งนี้ ไรซีนับเป็นผู้นำอิหร่านคนแรกในรอบเกือบ 7 ปี ที่เยือนเวเนซุเอลา ต่อจากประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี เมื่อเดือน ก.ย. 2559 และหลังเสร็จสิ้นการเยือนกรุงการากัส ไรซีเตรียมเยือนคิวบา และนิการากัวเป็นจุดหมายต่อไป


สำหรับหนึ่งในเป้าหมายการเยือนเวเนซุเอลาของไรซีในครั้งนี้ คือการขยายโอกาสเพื่อส่งเสริมมูลค่าการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ปีละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103,560 ล้านบาท) เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 690,400 ล้านบาท) โดยผู้นำอิหร่านและผู้นำเวเนซุเอลาร่วมกันเป็นสักขีพยาน การลงนามในข้อตกลง 25 ฉบับ ครอบคลุมการยกระดับความร่วมมือ ตั้งแต่การศึกษา ไปจนถึงการสาธารณสุข และเหมืองแร่

ประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี ผู้นำอิหร่าน และประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ข้อตกลงยกระดับความร่วมมือทางการค้า ที่กรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา


อนึ่ง นายฮอสเซ็น อมิราบโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เยือนเวเนซุเอลา เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับ “การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อต้านทานแรงกดดันจากภายนอก”


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 อิหร่านส่งน้ำมันดิบทางเรือ 1.5 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยเหลือเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังประสบกับวิกฤติเชื้อเพลิงในเวลานั้น เรียกเสียงประณามจากสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP